โพรงจมูกอักเสบ สาเหตุ อาการ และวิธีรักษา ที่คุณต้องรู้

0
990

เยื่อจมูกอักเสบ หรือ โพรงจมูกอักเสบ หรือจมูกอักเสบ ภาษาอังกฤษ Rhinitis คือการระคายเคืองและการอักเสบของเยื่อเมือกที่บุภายในรูโพรงจมูก หรือ ช่องจมูก โดยการอักเสบอาจเกิดจากเชื้อไวรัส, แบคทีเรีย, จุลปรสิต หรือ ละออง หรืออาจจะเกิดจาก อากาศหนาวก็เป็นสาเหตุ อาจจะมีอาการ ปวดมึนๆ หนักๆ ตรงหัวตา หน้าผาก กระบอกตา น้ำมูกข้น พูดเสียงขึ้นจมูก วันนี้เรารวบรวม สาเหตุ อาการ และวิธีรักษา เยื่อจมูกอักเสบ มาให้อ่านกัน

“โพรงจมูกอักเสบ”  หรือเยื่อจมูกอักเสบ  เป็นอาการส่วนหนึ่งของโรคหวัดหรือโรคไซนัสอักเสบ  ผู้ใหญ่ก็เป็นได้  เด็กก็เป็นได้  เพราะเป็นโรคสามัญที่พบกันได้ทั่วโลก  ทุกฤดูกาลและทุกสภาพอากาศ  สามารถเป็นกันได้ตลอดทั้งปี  ดังนั้นเพื่อให้คุณๆ ทั้งหลายระวังเจ็บป่วยด้วยโรคนี้  จึงได้นำข้อมูลโรคโพรงจมูกอักเสบ  วิธีการรักษาและวิธีการป้องกันมาให้อ่านกัน  เพื่อจะได้ห่างไกลจากโรคนี้ได้ทันท่วงทีค่ะ

สาเหตุ อาการ และวิธีรักษา โพรงจมูกอักเสบ ที่คุณต้องรู้

โพรงจมูกอักเสบหรือเยื่อจมูกอักเสบหรือจมูกอักเสบ (Rhinitis)  คือการระคายเคืองและการอักเสบของเยื่อเมือกที่บุภายในรูจมูก  โพรงจมูก  หรือช่องจมูก  จะส่งผลให้โพรงจมูกบวมแดงและมีสารคัดหลั่งหรือน้ำมูกจากเยื่อเมือกเพิ่มมากขึ้น  ซึ่งอาการที่พบบ่อยคือแน่นหรือคัดจมูก  มีน้ำมูกไหล  โดยโรคนี้เป็นโรคที่คนส่วนใหญ่มักจะป่วยเป็นประจำ  พบได้ในทุกเพศทุกวัย  ตั้งแต่วัยเด็กจนถึงวัยผู้สูงอายุโพรงจมูกอักเสบ

สาเหตุของการเกิดโรคโพรงจมูกอักเสบหรือเยื่อจมูกอักเสบ

แบ่งออกได้เป็น 3 กลุ่มด้วยกัน  ดังนี้

  1. โพรงจมูกอักเสบหรือเยื่อจมูกอักเสบจากการติดเชื้อ (Infectious rhinitis) อาจเกิดจากเชื้อไวรัส  ที่พบบ่อยคือโรคหวัดจากระบบทางเดินหายใจส่วนบนติดเชื้อไวรัส  หรือเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดไซนัสอักเสบ
  2. โพรงจมูกอักเสบหรือเยื่อจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ (Allergic rhinitis)  คือเกิดจากการสูดดมสารก่อให้เกิดภูมิแพ้  เช่น  ละอองเกสรดอกไม้  ละอองต้นไม้  ใบหญ้า  เป็นต้น  เมื่อหายใจเข้าไปหรือสัมผัสเยื่อเมือกต่างๆ ก็จะไปกระตุ้นให้ร่างกายตอบสนองโดยการผลิต มาสต์ เซลล์ (Mast Cell) เพิ่มมากขึ้น  และมาสต์ เซลล์  จะหลั่งสารอักเสบต่างๆ ทำให้เกิดการอักเสบของเยื่อจมูก  ซึ่งผู้ป่วยมักจะมีอาการตลอดปีและเป็นมานานไม่ต่ำกว่า 1-2 ปี  หรือมีอาการโรคหืดร่วมด้วย  ซึ่งเป็นกลุ่มที่พบบ่อยที่สุดในบรรดา 3 กลุ่มนี้
  3. โพรงจมูกอักเสบหรือเยื่อจมูกอักเสบชนิดไม่แพ้ (Non allergic rhinitis) คือเกิดจากเยื่อจมูกระคายเคืองต่อสารเคมี  เช่น  ควันต่างๆ  กลิ่นต่างๆ  ฮอร์โมนเพศ  อากาศเปลี่ยนแปลง  ความเครียด  ซึ่งความเครียดเป็นสาเหตุทำให้เกิดหลายๆ โรคหรือผลข้างเคียงจากยาบางชนิด  สารเหล่านี้เป็นเหตุให้เกิดการขยายตัวของหลอดเลือดและมีของเหลวในหลอดเลือดซึมออกมาในเยื่อจมูก  ทำให้เยื่อจมูกบวมและมีสารคัดหลั่งหรือน้ำมูกเพิ่มมากขึ้น  และไหลเข้าสู่ลำคอผ่านทางด้านหลังของโพรงจมูก (Post nasal drip) ซึ่งมักจะเป็นสาเหตุทำให้เกิดอาการไอ  เจ็บคอแสบจมูก เวลาอากาศเย็น

อาการของโรคโพรงจมูกอักเสบหรือเยื่อจมูกอักเส

อาการที่พบได้กับผู้ป่วยเกือบทุกคนคือการแน่นหรือคัดจมูก  มักจะเกิดทั้ง 2 ข้างหรือทีละข้างของโพรงจมูกก็ได้และมีน้ำมูกมากผิดปกติ  ซึ่งหากมีน้ำมูกใส  สีขาว  ไม่ข้นมาก  มักจะเป็นอาการอักเสบชนิดภูมิแพ้หรือชนิดไม่แพ้หรือติดเชื้อไวรัส  แต่ถ้าหากมีน้ำมูกเหนียวข้น  สีไม่ขาว  เช่น  สีเหลือง สีเขียว  สีเทา  ขึ้นอยู่กับชนิดของแบคทีเรีย  มีกลิ่นเหม็น  หรือมีเลือดปนออกมา  ซึ่งเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย

นอกจากนี้ยังมีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย  เช่น  จาม  ไอกระแอมบ่อยๆ เนื่องจากมีน้ำมูกไหลลงคอ  มีไข้ต่ำๆ  คัดจมูก  คันจมูก  คันเพดานปาก  คันตา  ตาแดง  มีรอยคล้ำบริเวณใต้ตาอาจเกิดจากการนอนหลับไม่เพียงพอเพราะจมูกตันทำให้ตื่นบ่อย  น้ำตาไหล  เหนื่อยล้า  อ่อนเพลีย  ปวดศีรษะ  เจ็บหู  ความสามารถของจมูกในการได้กลิ่นลดลง  ผิวหนังขึ้นผื่นและคัน  เป็นต้น

เมื่อมีอาการโพรงจมูกอักเสบหรือเยื่อจมูกอักเสบเกิดขึ้น  หากมีอาการอย่างรวดเร็วและหายได้เองภายในระยะเวลาประมาณ 1-3 สัปดาห์  เช่นนี้เรียกว่า  “โพรงจมูกอักเสบแบบเฉียบพลัน” (Acute rhinitis)  แต่ถ้าหากอาการค่อยๆ เกิดหรือเป็นๆ หายๆ นานกว่า 3-4 สัปดาห์ขึ้นไป  มีการรักษาที่ยุ่งยากและหายช้า  เช่นนี้เรียกว่า “โพรงจมูกอักเสบแบบเรื้อรัง” (Chronic rhinitis)แสบโพรงจมูก

วิธีการรักษาโรคโพรงจมูกอักเสบหรือเยื่อจมูกอักเสบ

หากมีอาการผิดปกติดังกล่าวมาแล้ว 3-4 วัน  ก็ควรที่จะไปพบแพทย์  แต่ถ้าหากมีอาการแล้วสังเกตว่าอาการเลวร้ายลงก็ควรรีบไปพบแพทย์ทันที  เพื่อตรวจหาสาเหตุและรักษาได้ตรงจุด  โดยไม่ต้องรอถึง 3-4 วันค่ะ

ซึ่งการรักษานั้นแพทย์จะรักษาแบบประคับประคองตามอาการและรักษาตามสาเหตุที่ตรวจพบ  นอกจากนี้แพทย์อาจสั่งให้ยาตามอาการของผู้ป่วย  เช่น  ยาแก้แพ้  ยาแก้คัน  ยาลดน้ำมูก  ยาหยอดตา   ยาหยอดจมูก  หรือยาพ่นจมูก  เป็นต้น  เพื่อบรรเทาอาการที่เกิดขึ้น  หากรับประทานยาหรือพ่นจมูกแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น  อาจจะต้องพิจารณาฉีด Allergen immunotherapy

เมื่อเป็นแล้วก็ต้องดูแลใส่ใจร่างกายตัวเองเป็นพิเศษ  คือการปฏิบัติตามคำแนะนำที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด  ไม่ว่าจะเป็นการทานยาต่างๆ ให้ครบถ้วน  ไม่หยุดทานยาเอง  พบแพทย์ตามหมายนัด  การล้างจมูกก็ช่วยทำให้โพรงจมูกสะอาดขึ้น   ช่วยลดน้ำมูกที่ไหลลงคอ  ช่วยให้น้ำมูกเหนียวน้อยลง  และช่วยให้การทำงานของขนเล็กๆในโพรงจมูก ในการกำจัดเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอมได้ดีขึ้นและควรล้างจมูกวันละ 2-3 ครั้ง  นอกจากนี้  หลีกเลี่ยงสถานที่ที่มีสารหรือกลิ่นที่เป็นตัวกระตุ้นทำให้เกิดอาการ  ไม่สูบบุหรี่  ไม่ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์  รักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง  นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ  ทำจิตใจให้แจ่มใส  ออกกำลังกาย  ไม่เครียด  รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่  โดยเฉพาะผักผลไม้ที่มีวิตามินซี  เมื่อร่างกายมีภูมิต้านทาน  โรคเหล่านี้ก็จะหายไป  แค่นี้คุณก็จะหายใจคล่องปลอดโปร่งขึ้นแล้วค่ะ

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here