เห็ดหลินจือ สรรพคุณและประโยชน์ของเห็ดหลิน เพื่อสุขภาพ

0
951

ในสมัยโบราณสมุนไพรของจีนมีมากมายหลายชนิดและหนึ่งในนั้นที่เป็นของหายาก็คือ เห็ดหลินจือ ภาษาอังกฤษ (Lingzhi mushroom) ถือว่าเป็นยาจีนที่มีใช้กันมายาวนานกว่า 2000 ปีเลยทีเดียว  และถูกขนานนามว่าเป็นยาอายุวัฒนะ  บำรุงร่างกาย  ทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง  ทำให้มีพละกำลัง  รักษาโรคต่างๆ ได้อย่างกว้างขวาง  สรรพคุณนั้นเชื่อว่าร้อยแปดพันประการ  และด้วยสรรพคุณที่มีประโยชน์มากมายของเห็ดหลินจือนี้ได้มีคัมภีร์โบราณที่ชื่อ “เสินหนงเปินเฉ่า” กล่าวไว้ว่า  “เห็ดหลินจือเป็นเทพเจ้าแห่งชีวิตที่มีพลังมหัศจรรย์”  ซึ่งทุกวันนี้ด้วยกรรมวิธีที่ทันสมัยทำให้ผลิตภัณฑ์เห็ดหลินจือออกสู่ตลาดมาให้เลือกกันมากและเทรนด์การรักสุขภาพก็กำลังมาแรง  ดังนั้นอยากจะให้คนในครอบครัวหรือตัวเราสุขภาพดีจากภายในสู่ภายนอก  เห็ดหลินจือก็เป็นทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจค่ะ

“เห็ดหลินจือ” (Lingzhi mushroom หรือ Reishi mushroom)  เป็นเห็ดที่มีขนาดใหญ่เป็นรูปไตหรือครึ่งวงกลม  ผิวก้านเป็นเงามีสีน้ำตาลเข้มหรือสีน้ำตาลดำ  ยาว 2-10 เซนติเมตร  หรืออาจไม่มีก้านก็ได้  เนื้อในเห็ดนั้นมีสีน้ำตาลอ่อน  มีรสขม  เห็ดหลินจือนั้นมีขึ้นตามธรรมชาติมากกว่า 100 สายพันธุ์  โดยสายพันธุ์ที่นิยมและมีสรรพคุณทางด้านยาที่ดีที่สุดคือ  เห็ดหลินจือสายพันธุ์สีแดง  ซึ่งนักวิทยาศาสตร์พบว่ามีสารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายคนเรามากกว่า 250 ชนิด  และเห็ดหลินจือยังจัดเป็นสเตียรอยด์ธรรมชาติ  ซึ่งปลอดภัยไม่มีสารพิษใดๆ ต่อร่างกายอีกด้วย

เห็ดหลินจือ สรรพคุณและประโยชน์ของเห็ดหลิน เพื่อสุขภาพ

ในเห็ดหลินจือนั้นมีสาระสำคัญอยู่หลายชนิดเพื่อช่วยยับยั้งและรักษาโรคต่างๆ  โดยมีองค์ประกอบหลัก  ดังนี้

– สารโพลีแซคคาไรด์ (Polysaccharide)  พบมากกว่า 200 ชนิด  ช่วยฟื้นฟูสุขภาพของร่างกาย  ช่วยกำจัดเซลล์มะเร็ง  ยับยั้งเนื้องอก  สร้างสมดุลน้ำตาลในเลือด  ลดอาการอักเสบ  บำรุงไต

–  สารเจอร์มาเนียม (Germanium)  ซึ่งจะพบมากในดอกและราก  ช่วยบำรุงร่างกาย  บำรุงประสาทและสมอง  บำรุงหัวใจ  ช่วยขจัดสารพิษ  ต่อต้านมะเร็ง  เพิ่มออกซิเจนในเลือดทำให้ไหลเวียนได้ดี  ป้องกันไขมันอุดตันในเส้นเลือด

–  สารไตรเทอร์ปินอยด์ (Triterpenoids)  ช่วยยับยั้งเซลล์มะเร็งตับ  รักษา  บำรุง  ฟื้นฟูตับ

–  นิวคลีโอไทด์ (Nucleotides)  ช่วยในการทำงานของหัวใจและหลอดเลือด  ป้องกันลิ่มเลือดอุดตันในเส้นเลือด

–  เออร์โกสเตอรอล (Ergosterol)  ช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟันให้มีความแข็งแรง

เห็ดหลินจือ สรรพคุณสรรพคุณประโยชน์ของเห็ดหลินจือ

เมื่อขึ้นชื่อว่าเป็นยาอายุวัฒนะ  สรรพคุณของเห็ดหลินจือก็ต้องมีมากมาย  ดังนี้

  1. เป็นยาบำรุงร่างกาย เสริมกำลัง  ทำให้อายุยืนยาวขึ้น  มีผิวพรรณเปล่งปลั่ง  สดใส  มีน้ำมีนวล  ชะลอความแก่  ชะลอวัย  เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน  ต้านอนุมูลอิสระ  บรรเทาอาการอ่อนเพลีย
  2. ช่วยบำรุงรักษาสายตา ช่วยผ่อนคลายระบบประสาทและกล้ามเนื้อ  ทำให้นอนหลับสนิท  ระบบประสาทสัมผัสต่างๆ ดีขึ้น  บำรุงสมอง  ทำให้ความจำดีขึ้น  ป้องกันเส้นประสาทเสื่อม  ป้องกันอัมพฤกษ์อัมพาต
  3. ช่วยบำรุงกล้ามเนื้อหัวใจให้แข็งแรง ช่วยเยียวยาโรคหัวใจ  ช่วยรักษาโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ  ป้องกันเส้นเลือดในสมองและหัวใจอุดตัน  ช่วยปรับความดันโลหิตทั้งสูงและต่ำให้สมดุล  ช่วยรักษาโรคที่มีสาเหตุจากการขาดออกซิเจน (ถุงลมโปร่งพอง , หัวใจล้มเหลว , เส้นเลือดหัวใจตีบ) และยังช่วยเพิ่มออกซิเจนไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกาย
  4. ช่วยรักษาและต่อต้านมะเร็งโดยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน กระตุ้นให้เม็ดเลือดขาวสร้างสารต้านมะเร็ง  และยังช่วยบรรเทาอาการที่เกิดจากการฉีดรังสีคีโม
  5. ช่วยรักษาโรคต่างๆ อาทิ โรคความดันโลหิตสูง  โรคภูมิแพ้หอบหืด  โรคประสาท  โรคตับแข็ง  โรคตับอักเสบ  โรคไตเรื้อรังบางชนิด  โรคลมชักลมบ้าหมู  โรคริดสีดวงทวาร  โรคเกาต์  โรคที่เกิดจากภูมิคุ้มกันร่างกายทำงานผิดปกติ (SLE)  โรคหมอนรองกระดูกแตกกดทับเส้นประสาท  โรคทางเดินปัสสาวะ  โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์  โรคเบาหวาน  รักษาแผลในกระเพาะอาหารและลำไส้ ฯลฯ
  6. ช่วยแก้อาการอาหารเป็นพิษ เป็นยาถอนพิษ  ขับเหงื่อ  ขับปัสสาวะ  ช่วยอาการปวดเมื่อยตามข้อและตามร่างกาย  ช่วยอาการปวดประจำเดือน  ช่วยให้แผลหายเร็ว  รักษาแผลที่ผิวหนัง  ช่วยให้รอยแผลเป็นจางเร็วขึ้น  ยังยั้งแบคทีเรียเข้าสู่ร่างกายและป้องกันเชื้อไวรัส (งูสวัด , อีสุกอีใส , เอดส์)
  7. ช่วยแก้ปัญหาภาวะมีบุตรยาก ป้องกันการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ

เห็ดหลินจือ สรรพคุณคำแนะนำเกี่ยวกับเห็ดหลินจือ

–  เห็ดหลินจือเหมาะสำหรับผู้สูงอายุและผู้ที่เป็นโรคต่างๆ ข้างต้น  เนื่องจากสรรพคุณส่วนใหญ่เป็นการบำบัดและรักษาโรค

–  ผลข้างเคียงอาจเกิดกับผู้ที่รับประทานเห็ดหลินจือใหม่ๆ  คืออาจมีอาการเวียนศีรษะ  อาเจียน  ง่วงนอน  กระหายน้ำ  ปัสสาวะบ่อย  เหงื่อออก  อุจาระเหลว  มีผื่นแพ้  ปวดเมื่อยตามร่างกาย  อาการเช่นนี้จะเกิดขึ้นเพียงช่วงเวลาสั้นๆ ประมาณ 2-7 วัน  แล้วจะกลับสู่ภาวะปกติ  แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับร่างกายของแต่ละบุคคลด้วย

–  ผู้ป่วยที่ได้รับประทานยากดภูมิต้านทาน  ควรเลี่ยงการทานเห็ดหลินจือ  เนื่องจากเห็ดหลินจือมีฤทธิ์เพิ่มภูมิต้านทาน

–  ผู้ป่วยที่ได้รับประทานยากลุ่มป้องกันการเกาะกลุ่มของเกล็ดเลือด  เช่น  ยาaspirin , ยาwarfarin ควรเลี่ยงการทานเห็ดหลินจือ  เพราะเห็ดหลินจือมีฤทธิ์เสริมยาดังกล่าว

–  การรับประทานเห็ดหลินจือในรูปแบบสารสกัด  หากทานเป็นเวลาติดต่อกัน 1 ปี  อาจมีผลทำให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพได้  หรือเห็ดหลินจือในรูปแบบผง  หากทานนานเกิน 1 เดือน  ก็อาจเกิดภาวะพิษที่เป็นอันตรายต่อตับ

–  หญิงตั้งครรภ์หรือกำลังให้นมบุตร  ผู้ที่ต้องเข้ารับการผ่าตัด  หรือผู้ที่มีโรคความดันโลหิตต่ำ  ภาวะเกล็ดเลือดต่ำ  ภาวะมีเลือดออกผิดปกติ  ควรงดการรับประทานเห็ดหลินจือ

–  การรับประทานเห็ดหลินจือ  เวลาที่เหมาะสมคือ  ตอนเช้าในขณะท้องว่างและดื่มน้ำตามมากๆ

ในปัจจุบันได้นำเห็ดหลินจือมาแปรรูปหรือวิธีสกัดเพื่อง่ายต่อการบริโภค  เช่น  เห็ดหลินจืออบแห้ง  มีทั้งแบบหั่นเป็นแผ่นและแบบผง  มักจะนำมารับประทานแบบชงกับน้ำแล้วดื่ม  หรืออาจจะนำมาบรรจุเป็นแคปซูล  ซึ่งจะได้สารสกัดที่เข้มข้น  มีการดูดซึมและออกฤทธิ์ได้ดีกว่าซึ่งเป็นแบบที่ได้รับความนิยมมากที่สุด  หรือจะเป็นเห็ดหลินจือแบบสกัด  มักจะพบในผลิตภัณฑ์ที่ดูแลสุขภาพทั่วไป  อาทิ  น้ำเห็ดหลินจือ  ยาเห็ดหลินจือ  หรือแบบเป็นเม็ดก็มี

แม้ว่าเห็ดหลินจือจะเป็นยาอายุวัฒนะที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ  เด่นในเรื่องบำบัดรักษาโรคต่างๆ แต่เมื่อขึ้นชื่อว่ายาแล้วก็ต้องรับประทานในปริมาณที่พอดี  หากมากเกินไปก็อาจจะมีผลเสียต่อร่างกายได้  ทั้งนี้ถ้าหากสนใจจะรับประทานเห็ดหลินจือ  ควรหาข้อมูลประกอบกับปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญก่อนหาซื้อเห็ดหลินจือในรูปแบบต่างๆ นะคะ  จะได้ทำให้ทราบว่าร่างกายเราทานได้หรือไม่  หรือควรรับประทานแค่ไหน  เพื่อสุขภาพที่ดี  ร่างกายที่แข็งแรง  และจะได้ไม่มีปัญหาต่อร่างกายในภายหลังด้วยค่ะ

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here