อาการคนท้อง 11 วิธีสังเกตหากตั้งครรภ์ ลักษณะคนท้อง ที่คุณควรรู้

0
2159

อาการคนท้อง – อาการคนท้องเป็นอย่างไร? อะไรเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าท้อง? วิธีสังเกตคนท้องจากภายนอก? อาการของคนท้องใน สัปดาห์แรก 2 สัปดาห์ แรก หรือ 1 เดือนแรก นั้นในแต่ละราย อาการตั้งครรภ์จะไม่เหมือนกันไปทุกคน วันนี้เรารวมวิธีสังเกตุอาการคนท้องหลากหลายรูปแบบที่สาวๆอาจจจะเจอ เพื่อสังเกตุตัวเราเองว่าท้องหรือไม่ ลองตามดูกันค่ะ

อาการคนท้อง (Pregnancy) – ผู้หญิงที่อยู่ในช่วงวัยเจริญพันธุ์หรือมีอายุตั้งแต่ 15 – 49 ปี เมื่อสังเกตเห็นว่าประจำเดือนไม่มาและยังมีอาการคลื่นไส้อาเจียนหรือวิงเวียนศีรษะร่วมด้วย ก็มักจะเข้าใจว่าตัวเองกำลังตั้งครรภ์แน่ๆ แต่อันที่จริงแล้วอาจจะเป็นแค่เพียงอาการที่เกิดขึ้นชั่วคราวแล้วหายไปเองได้ เพราะฉะนั้นเราจึงควรสังเกตอาการและการเปลี่ยนแปลงของร่างกายว่ามีตามนี้หรือไม่ แล้วทดสอบการตั้งครรภ์เพื่อยืนยันผลลัพธ์ที่แน่นอน

อาการคนท้องอาการคนท้อง 1 สัปดาห์ แรก และ 1 เดือน แรก ที่คุณแม่มือใหม่ต้องรู้

  1. ประจำเดือนไม่มา โดยปกติผู้หญิงที่อยู่ในวัยเจริญพันธุ์และไม่มีความผิดปกติของฮอร์โมน หรือโรคเกี่ยวกับต่อมไร้ท่อ จะมีประจำเดือนมาตามปกติและมาในเวลาใกล้เคียงกันของทุกเดือน แต่ถ้าประจำเดือนขาดหายนานกว่า 10 วัน ก็อาจจะสันนิษฐานได้ว่ากำลังตั้งครรภ์ เนื่องจากร่างกายจะผลิตฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนจำนวนมาก เพื่อยับยั้งการมีประจำเดือนและช่วยให้สุขภาพครรภ์แข็งแรง
  2. เต้านมคัด ผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์จะมีอาการคัดตึงของเต้านมมากกว่าและยาวนานกว่าช่วงเวลาใกล้มีประจำเดือน เพราะร่างกายต้องเตรียมตัวในการสร้างน้ำนมให้แก่ทารกที่กำลังจะเกิดมา บางรายอาจมีอาการเจ็บเต้านมและหัวนมจนไม่สามารถสัมผัสได้เลยทีเดียว แต่อาการเหล่านี้จะหายไปเองได้เมื่อมีอายุครรภ์ 3 เดือนขึ้นไป นอกจากนี้บริเวณหัวนมที่เคยเป็นสีเนื้อหรือสีชมพูจะมีสีคล้ำและใหญ่ขึ้น ตรงลายหัวนมจากเล็กๆ ก็จะขยายกว้างขึ้น ซึ่งอาการเหล่านี้เป็นอาการคนท้อง 1 เดือนนั่นเอง
  3. ปัสสาวะบ่อย อาการคนท้องเดือนแรกๆ ที่พบมากคือ “ปัสสาวะบ่อย” เนื่องจากมีปริมาณเลือดในร่างกายมากขึ้น เพื่อไปหล่อเลี้ยงมดลูกมากกว่าปกติ ทำให้มีเลือดผ่านไตมากกว่าเดิม ส่งผลต่อไตที่ต้องกรองเอาปัสสาวะออกมามากขึ้น อีกทั้งมดลูกยังอยู่ด้านหลังของกระเพาะปัสสาวะก็มีการขยายตัว จึงทำให้ไปเบียดและกดกระกระเพาะปัสสาวะ แล้วทำให้คุณแม่รู้สึกปวดปัสสาวะบ่อยนั่นเอง
  4. อ่อนเพลียง่าย เมื่อปริมาณฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนสูงขึ้น จะมีผลทำให้กล้ามเนื้อส่วนต่างๆ คลายตัวลง ร่างกายมีอุณหภูมิสูงขึ้น สูญเสียพลังงานในการใช้พัฒนาทารกในครรภ์มากขึ้น จึงทำให้คุณแม่รู้สึกอ่อนเพลียเมื่อยล้าราวกับอยากนอนตลอดเวลา
  5. คลื่นไส้อาเจียน เป็นอาการที่พบได้มากที่สุด ซึ่งมักเรียกกันว่า “อาการแพ้ท้อง” โดยจะปรากฏออกมาในช่วงอายุครรภ์ 6 – 12 สัปดาห์ หลังจากหมดเดือนที่ 3 แล้วอาการก็จะหายไปเอง แต่ในบางรายอาจมีอาการคลื่นไส้อาเจียนนานถึงช่วงอายุครรภ์ 16 – 20 สัปดาห์ ซึ่งเป็นผลมาจากฮอร์โมนที่ผลิตในระหว่างตั้งครรภ์เข้าไปรบกวนระบบทางเดินอาหาร จึงทำให้มีอาการผะอืดผะอมแล้วคลื่นไส้อาเจียนออกมา นอกจากนี้อาจมีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย ดังนี้อาการคนท้อง 1 สัปดาห์ แรก
  • วิงเวียนศีรษะ เป็นผลมาจากระดับน้ำตาลในเลือดลดต่ำลง หรือความดันโลหิตลดลง ทำให้มีอาการวิงเวียนศีรษะหรือหน้ามืดจะเป็นลมได้
  • ความอยากอาหารเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ระดับของฮอร์โมนที่เพิ่มขึ้นระหว่างตั้งครรภ์ จะทำให้การรับรู้รสชาติเปลี่ยนแปลง จึงทำให้อยากรับประทานอาหารแปลกๆ หรือมีรสชาติแปลกใหม่จากที่เคยรับรับประทาน ซึ่งเป็นอาการคนท้องเดือนแรกที่เกิดขึ้นได้
  • จมูกไวต่อกลิ่น คุณแม่จำนวนไม่น้อยจะมีอาการที่เรียกว่า Super Smell ทำให้รู้สึกเหม็นหรือไม่ชอบบางกลิ่น ทั้งที่เคยมีความคุ้นชินกับกลิ่นนั้นมาก่อนหน้านี้ เช่น น้ำหอมที่เคยใช้ กลิ่นตัวของคุณพ่อ หรือแม้แต่กลิ่นอาหารอย่างเช่นกระเทียมที่เคยรับประทานเป็นปกติ ซึ่งเป็นผลมาจากธรรมชาติที่ช่วยป้องกันร่างกายของคุณแม่ขณะกำลังตั้งครรภ์ เพื่อให้คุณแม่พักผ่อนในช่วงที่ทารกกำลังเจริญเติบโตอาการคนท้อง 2 สัปดาห์
  1. หายใจหอบถี่ คุณแม่จะรู้สึกเหนื่อยง่ายมากขึ้น พร้อมกับหายใจหอบถี่หากต้องทำงานใช้แรงอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน โดยอาการนี้จะเป็นไปตลอดการตั้งครรภ์ เนื่องจากเมื่อทารกเจริญเติบโตจะมีแรงกดดันต่อปอดและกะบังลมของคุณแม่เพิ่มมากขึ้น
  2. ปวดหลัง คุณแม่จะมีอาการปวดหลังช่วงล่างที่เกิดจากกล้ามเนื้อและเส้นเอ็นมีความผ่อนคลายหรือยืดหยุ่นมากขึ้น โดยสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดการตั้งครรภ์ เนื่องจากมีน้ำหนักตัวเพิ่มมากขึ้นและจุดศูนย์ถ่วงของร่างกายที่เปลี่ยนไปขณะอุ้มท้องนั่นเอง
  3. มีลมหรือแก๊สในกระเพาะอาหารมากขึ้น เป็นผลมาจากร่างกายมีฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนสูงขึ้น ทำให้ส่งผลกระทบต่อระบบการย่อยอาหารในการทำงานช้าลง มีลมหรือแก๊สในกระเพาะอาหารมากขึ้น
  4. ท้องผูกมากขึ้น เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย อย่างเช่นมีอาการมดลูกทับลำไส้จากการขยายตัว หรืออาการลำไส้บีบตัวน้อยลง จึงทำให้มีอาการท้องผูกแล้วถ่ายลำบาก ดังนั้นในช่วงนี้คุณแม่ควรรับประทานอาหารที่มีกากใยและดื่มน้ำเปล่าให้มากขึ้น พร้อมกับออกกำลังกายที่เหมาะสำหรับคนท้องก็จะสามารถช่วยได้
  5. มีเลือดออกจากช่องคลอด เป็นอาการคนท้องสัปดาห์แรกหรืออาการคนท้อง 2 สัปดาห์ ที่อาจมีเลือดออกกะปริบกะปรอย โดยไม่มีอาการปวดเกร็งที่ท้อง โดยเกิดจากรกของทารกในครรภ์มีการแบ่งเซลล์แล้วทำการฝังตัวที่เยื่อบุโพรงมดลูก อาการที่ว่านี้มักจะเกิดขึ้นหลังจากตัวอ่อนปฏิสนธิประมาณ 7 – 14 วัน ซึ่งเป็นช่วงระยะเวลาเดียวกับที่ประจำเดือนขาด แต่ถ้ามีเลือดไหลร่วมกับอาการปวดท้อง ให้สันนิษฐานว่าอาจเป็นการตั้งครรภ์นอกมดลูก ให้รีบไปพบแพทย์ทันที
  6. มีตกขาว บริเวณปากมดลูกและช่องคลอดจะผลิตของเหลวออกมา เพื่อทำให้บริเวณปากช่องคลอดมีความชุ่มชื้น แต่เมื่อคุณแม่ตั้งครรภ์จะทำให้มีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน ส่งผลให้มีปริมาณตกขาวมากกว่าปกติ โดยมีลักษณะเป็นสีขาวขุ่นหรือสีครีม แต่ไม่มีอันตรายต่อร่างกาย เพียงแค่ควรรักษาความสะอาดบริเวณอวัยวะเพศไม่ให้เกิดการอับชื้นจนเป็นเชื้อรา

นอกจากนี้คุณแม่ยังมีการเปลี่ยนแปลงของอารมณ์อีกด้วย ซึ่งเป็นผลมาจากฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงเช่นกัน หงุดหงิดง่าย ร้องไห้ง่าย หรือมีอาการซึมเศร้า แต่เมื่อคุณแม่ผ่านพ้นช่วงนี้ไปก็จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติได้เองค่ะ

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here