สิวอุดตัน รู้จัก สาเหตุ วิธีรักษาสิวอุดตัน อย่างได้ผล 100%

0
2314

สิวอุดตัน ปัญหาผิวพรรณที่รบกวนใจและเปรียบเสมือนเป็นเสี้ยนหนามของความงามบนใบหน้า เพราะทำให้ผิวหน้าของเราแลดูไม่เรียบเนียน แม้ว่าจะไม่ทำให้รู้สึกเจ็บปวดก็ตาม และยิ่งปล่อยทิ้งไว้นานเท่าไรก็เท่ากับเป็นการเปิดโอกาสให้เกิดหลุมสิวหรือรูขุมขนกว้างมากขึ้นเท่านั้น ทำความรู้จัก สาเหตุการสิวอุดตัน ประเภทของสิวอุดตัน,สิวหัวดํา,สิวหัวขาว และ วิธีรักษาสิวอุดตัน ยารักษาสิวอุดตัน ที่ได้ผล100% กันค่ะ

สาเหตุของการเกิดสิวอุดตัน

สิวอุดตัน เกิดจากต่อมไขมันใต้ชั้นผิวหนังที่ผลิตน้ำมันออกมามากกว่าปกติ ซึ่งมีฮอร์โมนแอนโดรเจนเป็นตัวช่วยควบคุมการทำงานของต่อมไขมัน และยังมีปัจจัยภายในอย่างเช่นการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนช่วงใกล้หมดประจำเดือนและความเครียด รวมถึงปัจจัยภายนอกอันได้แก่ ล้างหน้าไม่สะอาด แพ้เครื่องสำอาง หรือการรับประทานยาสเตียรอยด์บางชนิด

รู้จัก สาเหตุ วิธีรักษา สิวอุดตัน อย่างได้ผล 100%

สิวอุดตัน
สิวอุดตัน

ประเภทของสิวอุดตัน

  1. สิวอุดตันหัวเปิด (Open comedone) หรือที่รู้จักกันว่า “สิวหัวดำ” สามารถบีบหรือกดออกได้ แต่ควรใช้ความระมัดระวังมากขึ้น เพราะอาจกลายเป็นสิวอักเสบนั่นเอง ซึ่งสิวหัวดำนี้จะมีลักษณะเป็นตุ่มนูนเม็ดเล็กๆ ที่มีจุดสีดำตรงกลาง โดยเป็นจุดรวมของเชื้อแบคทีเรีย acne ไขมัน และเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้ว
  2. สิวอุดตันหัวปิด (Close comedone) หรือที่รู้จักกันว่า “สิวหัวขาว” จะมีสีเดียวกันกับผิวหนัง แต่เป็นตุ่มนูนที่ไม่สามารถบีบหรือกดออกได้ เพราะไม่มีหัวสิวอยู่ข้างใน ซึ่งเกิดจากท่อเปิดของต่อมไขมันและรูขุมขนมีการอุดตันแล้วมักจะกลายเป็นสิวอักเสบในที่สุด
  3. สิวอุดตันที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า (Microcomedone) เวลาที่ผิวหนังมีการหลั่งน้ำมันออกมามากขึ้น และยังมีฮอร์โมนแอนโดรเจนช่วยในการกระตุ้นสร้างเซลล์ชั้นขี้ไคลในรูขุมขน จะทำให้เกิด “ไมโครคอมีโดน” ที่เป็นสาเหตุของการเกิดสิวชนิดต่างๆ โดยขึ้นอยู่กับปัจจัยร่วม
วิธีรักษาสิวอุดตัน
วิธีรักษาสิวอุดตัน

วิธีรักษาสิวอุดตัน

วิธีรักษาสิวอุดตันที่ได้ผลดีนั้นขึ้นอยู่กับความมีวินัยในการดูแลตนเองอีกด้วย โดยเราสามารถปฏิบัติตามคำแนะนำได้ด้วยวิธีง่ายๆ ดังต่อไปนี้

  1. ดูแลตนเองอย่างพิถีพิถัน เริ่มต้นจากการรักษาความสะอาดของผิวหน้าให้มากขึ้น หลีกเลี่ยงการลูบหรือสัมผัสผิวหน้า รวมถึงการขัดผิวหน้าแรงๆ ด้วยเช่นกัน อีกทั้งควรหลีกเลี่ยงการเผชิญกับแสงแดด หากทาครีมกันแดดก็ล้างออกให้หมดจด เนื่องจากอาจทำให้เกิดสิวอุดตันซ้ำซากได้
  2. ควบคุมความมันบนผิวหน้า ควรหลีกเลี่ยงปัจจัยที่ก่อให้เกิดความมันบนใบหน้ามากขึ้น อย่างเช่นอาหารที่มีปริมาณไขมันสูงและครีมบำรุงผิวที่มีเนื้อหนัก แล้วหันไปรับประทานผักผลไม้สดและทาเจลบำรุงผิวที่มีเนื้อบางเบาทดแทน
  3. การกดสิวอุดตัน แพทย์จะใช้เข็มที่ผ่านการฆ่าเชื้อแล้วจิ้มไปที่หัวสิวชนิด “สิวหัวดำ” เพื่อทำให้หัวสิวเปิด จากนั้นจะใช้อุปกรณ์กดสิวกดลงไปตรงกลางของตำแหน่งที่สิวเม็ดนั้น ก็จะทำให้สิวอุดตันชนิดหัวเปิดหลุดออกมาอย่างง่ายดาย
  4. การใช้ยารักษาสิวอุดตัน แบ่งออกได้เป็น 3 กลุ่ม ดังนี้
    • ยาทากลุ่ม Benzoyl peroxide ยารักษาสิวอุดตันกลุ่มนี้จะใช้ทาบนใบหน้าวันละ 2 ครั้ง ได้แก่ เช้าและก่อนนอน แล้วล้างออกให้สะอาด ซึ่งช่วยละลายสิ่งสกปรกที่อุดตันในรูขุมขนและลดปริมาณน้ำมันที่ออกมาเคลือบผิวหนัง แต่ควรเริ่มใช้ยาที่มีความเข้มข้นต่ำแล้วเพิ่มระยะเวลาในการทาให้นานมากขึ้น จากนั้นจึงค่อยเพิ่มความเข้มข้นของตัวยาตามลำดับ
    • ยาทากลุ่มเรตินอยด์ (Retinoids) ยารักษาสิวอุดตันกลุ่มนี้เป็นสารสกัดที่ได้จากอนุพันธ์ของกรดวิตามินเอ โดยจะช่วยละลายไขมันที่อุดตันให้อ่อนตัวแล้วหลุดออกมาง่ายขึ้น แต่ยาชนิดนี้ต้องอยู่ภายใต้การควบคุมจากแพทย์ผิวหนัง เนื่องจากก่อให้เกิดผลข้างเคียงคือ ทำให้ผิวแห้งหรือลอก และห้ามใช้กับสตรีที่กำลังตั้งครรภ์
    • ยารับประทานกลุ่มเรตินอยด์ เป็นยารักษาสิวอุดตันที่ช่วยลดการทำงานของต่อมไขมันในชั้นใต้ผิวหนัง ทำให้ผิวหน้าแห้งและมีความมันลดน้อยลง รวมถึงช่วยลดคอมีโดนที่เป็นสาเหตุของการเกิดสิว แต่จะต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์เท่านั้น เนื่องจากเป็นยาที่มีผลข้างเคียงต่อตับอย่างรุนแรง และอาจทำให้เกิดอาการปวดข้อตามร่างกายหรือมีอาการตาพร่ามัวได้

      สาเหตุของการเกิดสิวอุดตัน
      สาเหตุของการเกิดสิวอุดตัน
  5. ครีมรักษาสิวอุดตัน ถึงแม้ว่าตัวยาในครีมรักษาสิวอุดตันกลุ่มนี้จะให้ผลลัพธ์ได้ไม่รวดเร็วเท่ายากลุ่มเรตินอยด์ แต่ก็ให้ผลข้างเคียงที่น้อยกว่าและมีความปลอดภัยสูงกว่า โดย AHA หรือ Glycolic acid จะช่วยขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดออก และ BHA หรือ Salicylic acid มีสรรพคุณช่วยในการละลายไขมันที่อุดตันในรูขุมขนระดับปานกลาง
  6. การผลัดเซลล์ผิว เป็นการใช้สารเคมีในการลอกผิวหน้า เพื่อขจัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพ แล้วกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ขึ้นมาทดแทน โดยนิยมใช้ AHA, BHA, Trichloroacetic acid และ Carbolic acid เพื่อทำให้สิวอุดตันฝ่อและหลุดออกมาง่ายขึ้น
  7. การใช้เลเซอร์ เป็นวิธีรักษาสิวอุดตันที่เหมาะสำหรับผู้ที่มีสิวอุดตันจำนวนมาก ซึ่งอยู่ค่อนข้างลึกหรือกดออกยาก โดยไม่ก่อให้เกิดรอยแผลเป็นและไม่ทำให้เลือดออก โดยขณะที่ทำเลเซอร์อาจจะรู้สึกเจ็บบ้าง แต่ก็ไม่มีอันตรายใดๆ สิ่งที่สำคัญคือควรทำกับแพทย์ผิวหนังผู้เชี่ยวชาญการใช้เลเซอร์เท่านั้น

นอกจากนี้ยังมีวิธีรักษาสิวอุดตันด้วยสมุนไพรธรรมชาติ อันได้แก่การพอกหน้าจากสมุนไพรอย่างเช่นน้ำผึ้ง มะเขือเทศ และหอมแดงก็ให้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจเช่นกัน ซึ่งมีความปลอดภัยมากกว่าวิธีอื่นๆ เพียงแต่อาจจะเห็นผลช้าไม่ทันใจเท่านั้นเองค่ะ เพียงเท่านี้ การรักษาสิวอุดตัน ก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here