หลุมสิว วิธีรักษาหลุมสิว ให้หน้ากลับมาใส อย่างถูกวิธี ได้ผลจริง!!!

1
1834

หลุมสิว ปัญหาใหญ่ที่ใครก็ไม่อยากให้เกิด เพราะนอกจากจะทำให้หน้าเรากลายเป็นรอ ผิวหน้าที่เรียบเนียนนั้นช่วยให้สาวๆ แต่งหน้าได้เนียนสวย เครื่องสำอางก็ติดทนไม่เป็นคราบหรือตกร่อง แต่ส่วนใหญ่มักจะมี ปัญหาสิว ที่สร้างรอยแผลเป็นไว้ จนบางครั้งก่อให้เกิดเป็น หลุมสิว ทิ้งไว้บนใบหน้า อันเนื่องมาจากการอักเสบของสิวที่กินลึกลงไปถึงชั้นหนังแท้ และกลายเป็นพังผืดหรือหลุมบ่อราวกับผิวพระจันทร์นั่นเอง มาทำความรู้จักกับ วิธีรักษาหลุมสิว และชนิดของหลุมสิวกันค่ะ

ชนิดของหลุมสิว ที่คุณควรรู้

  1. Rolling scar เป็นหลุมสิวชนิดตื้นที่อาจจะมีขนาดกว้าง แต่ไม่กินลึกถึงชั้นหนังแท้ ซึ่งเกิดจากการแกะเกาผิวหน้า แต่สามารถรักษาให้หายได้ง่ายกว่า หลุมสิว ชนิดอื่น
  2. Box scar เป็นหลุมสิวที่มีขนาดลึกกว่าแบบแรก มีขอบเขตของหลุมชัดเจน ก้นหลุมจะไม่ลึกถึงชั้นหนังแท้หรือรูขุมขน มักจะเกิดจากสิวอักเสบหรือโรคบางชนิดอย่างเช่นอีสุกอีใส
  3. Ice pick scar เป็นหลุมสิวที่มีปากแคบ แต่ก้นหลุมลึกถึงรูขุมขนและชั้นหนังแท้ ทำให้ส่วนที่มีหน้าที่ผลิตคอลลาเจนนั้นหายไปด้วย เกิดจากการกดหรือบีบ สิวอุดตัน ซึ่งหลุมสิวชนิดนี้รักษาให้หายค่อนข้างยาก

 

หลุมสิว วิธีรักษาหลุมสิว ให้หน้ากลับมาใส อย่างถูกวิธี

รักษาหลุมสิว
รักษาหลุมสิว 

วิธีรักษาหลุมสิว

การรักษาหลุมสิวอย่างถูกวิธี จะช่วยให้ผิวหน้ากลับมาเรียบเนียนได้พอสมควร หากรีบรักษาตั้งแต่ยังเป็นรอยหลุมตื้นๆ ระยะแรก ซึ่งวิธีรักษาหลุมสิวสามารถแบ่งวิธีรักษาได้เป็น 8 กลุ่ม ดังต่อไปนี้

การรักษาด้วยครีมทาภายนอก

  • สูตรธรรมชาติ ด้วยผักผลไม้จากธรรมชาติที่อุดมไปด้วยสารอาหารสำคัญที่มีต่อผิวพรรณ แม้ว่าอาจจะเห็นผลช้าไปบ้าง แต่ช่วยทำให้รอยหลุมตื้นขึ้นและมีความปลอดภัยสูง ซึ่งวิธีนี้จะเหมาะสำหรับหลุมสิวชนิด Rolling scar เท่านั้น
  • สูตรเคมี ครีมทาภายนอกในกลุ่มนี้แบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท ได้แก่
    • กลุ่มอนุพันธ์วิตามินเอ ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนเพื่อเติมเต็มหลุมสิว ซึ่งระหว่างใช้ครีมชนิดนี้ไม่ควรถูกแสงแดดและไม่ควรใช้ร่วมกับครีมกรดผลไม้ เนื่องจากจะทำให้ผิวลอกหรือดำคล้ำได้ อีกทั้งไม่ควรใช้ติดต่อเป็นระยะเวลานานๆ
    • กลุ่มกรดผลไม้อย่างอ่อน ได้แก่ AHA และ BHA ช่วยในการผลัดเซลล์ผิวแล้วกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ แต่อาจจะก่อให้เกิดอาการระคายเคืองได้ อีกทั้งควรหลีกเลี่ยงการเผชิญกับแสงแดด เหมาะสำหรับหลุมสิวประเภท Rolling scar เช่นกัน

การเติมหลุมสิว

  • การฉีดฟิลเลอร์ เป็นการใช้สารเติมเต็มเพื่อเติมหลุมสิวให้เนื้อเต็มยิ่งขึ้น โดยที่นิยมใช้ก็คือ “คอลลาเจน” และ “ไฮยาลูรอนิกแอซิด” ซึ่งสามารถเสื่อมสลายได้ภายใน 1 – 2 ปี แล้วต้องมีการฉีดเติมเต็มกันใหม่ เหมาะสำหรับหลุมสิวชนิด Rolling scar เนื่องจากไม่มีพังผืดเกาะที่หลุมนี้
  • การรักษาด้วยวิธี Skin Needing โดยใช้เครื่องมือที่เรียกว่า Derma Roller ซึ่งมีลูกกลิ้งติดเข็มเล็กๆ ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 25 มิลลิเมตร และความยาวลึกไปถึงชั้นหนังแท้ เพื่อให้ผิวหนังเกิดกระบวนการซ่อมแซมผิวหนังใหม่
หลุมสิว
หลุมสิว

การรักษาหลุมสิวด้วยคลื่นวิทยุ

เป็นการรักษาหลุมสิวโดยส่งคลื่นวิทยุลงไปถึงชั้นหนังแท้ เพื่อทำลายผิวหนังบริเวณนั้นแล้วกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ซึ่งจะเห็นผลเมื่อทำ 3 – 4 ครั้ง แต่ควรทำเดือนละ 1 ครั้งเท่านั้น

การรักษาหลุมสิวด้วยคลื่นแสง

เรียกกันว่า Intense pulsed light หรือ IPL เป็นการใช้ความยาวคลื่นแสงยิงเข้าไปที่บริเวณหลุมสิว เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน เหมาะสำหรับหลุมสิวชนิด Rolling scar โดยต้องทำเดือนละ 1 ครั้ง ติดต่อกัน 4 ครั้ง จึงจะเห็นผลอย่างชัดเจน

การรักษาหลุมสิวด้วยการเลาะพังผืด

วิธีนี้จะใช้เข็มสอดลงไปที่ใต้หลุมสิว เพื่อเลาะพังผืดที่ดึงรั้งหลุมสิวให้ออกไป จะช่วยให้ผิวสามารถซ่อมแซมตัวเองได้ดี แต่หลังจากนั้นควรงดการใช้เครื่องสำอางและเผชิญกับแสงแดด อีกทั้งควรดูแลรักษาความสะอาดเป็นพิเศษ เพื่อป้องกันการติดเชื้อ

การผลัดเซลล์ผิว

  • การแต้ม TCA เป็นการใช้กรดแต้มเพื่อผลัดเซลล์ผิวตื้นๆ ให้หลุดออก ทำให้หลุมสิวค่อยๆ ตื้นขึ้น โดยแพทย์ผิวหนังจะเลือกขนาดความเข้มข้นให้เหมาะกับหลุมสิวแต่ละชนิด แล้วใช้ไม้จิ้มฟันแต้มครีมไปที่ก้นหลุมสิว ทิ้งไว้ประมาณ 3 – 5 นาที แล้วล้างออก จากนั้นจะตกสะเก็ดแล้วลอกออกมา ซึ่งวิธีนี้ควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ผิวหนังเท่านั้น
  • การกรอผิวด้วยเกล็ดอัญมณี หรือที่รู้จักกันว่า Microdremabrasion ซึ่งเห็นผลดีสำหรับหลุมสิวชนิด Rolling scar และยังสามารถใช้ได้กับหลุมสิวทุกประเภท แต่ข้อควรระวังคือการผลัดเซลล์ผิวด้วยวิธีนี้จะทำให้ผิวหน้าบางลง เพราะต้องใช้ระยะเวลาในการทำ 6 – 10 ครั้ง จึงจะเห็นการเปลี่ยนแปลง

การศัลยกรรมให้หลุมสิวตื้น

เหมาะสำหรับหลุมสิวชนิด Ice pick scar ที่มีขนาดไม่เกิน 3 มม. โดยเป็นการตัดหลุมสิวออก ซึ่งอาจจะยกก้นหลุมขึ้นมาด้วยการเย็บก้นหลุมแล้วปิดเทป หรือการย้ายเนื้อเยื่อจากบริเวณอื่นมาซ่อมแซม ซึ่งต้องทำโดยแพทย์ผิวหนังผู้เชี่ยวชาญ

เลเซอร์รักษาหลุมสิว

วิธีนี้สามารถรักษาหลุมสิวได้ทั้ง 3 ชนิด แต่ต้องทำโดยแพทย์ผิวหนังผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น เนื่องจากผลข้างเคียงอาจก่อให้เกิดรอยดำที่ไม่พึงประสงค์ได้ ซึ่งมีทั้งการทำเลเซอร์ Fraxel, Cool Touch Laser และ Laser fractional CO2 เป็นต้น

การรักษาหลุมสิวส่วนใหญ่มักจะมาพร้อมกับอาการเจ็บปวดระหว่างการรักษา และยังต้องอดทนกับเวลาที่ยาวนาน รวมถึงค่ารักษาที่ค่อนข้างสูง ดังนั้นการป้องกันไม่ให้เกิดหลุมสิวที่ดีที่สุดก็คือ ต้องไม่แกะ เกา หรือบีบสิวอักเสบ แต่หันมารักษาสิวด้วยวิธีที่ถูกต้องนั่นเองค่ะ

1 COMMENT

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here