วิธีรักษาสิวผด เคล็ดลับการรักษาสิวผดด้วยตัวเอง ได้ผล 100%

0
550

สิวผดเต็มหน้าผาก ไม่หายซักที ประโยคธรรมดา แต่พูดออกมาเมื่อไหร่ก็เจ็บ กับปัญหาระดับโลกของใครหลายๆคน วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับ สาเหตุของการเกิดสิวผด ว่ามันเกิดจากอะไร เพื่อหลีกเลี่ยงต้นเหตุของการเกิดสิวผด และเรียนรู้ขั้นตอน และ วิธีรักษาสิวผด จะรักษาอย่างไรให้ มีการรักษาแบบใดบ้าง จะได้ผิวหน้าใสไร้ สิวผด กันเสียที มาดูกันเลยค่ะ

สาเหตุและวิธีรักษาสิวผดอย่างถูกต้อง

เวลาที่อากาศร้อนอ้าวหรือต้องอยู่ในบริเวณที่มีความร้อนเป็นประจำ ผิวหน้าของเรามักจะมีผดผื่นเม็ดเล็กๆ สีแดงที่เรียกกันว่า “สิวผด” ซึ่งก่อให้เกิดอาการคันและระคายเคืองที่ผิวหน้าได้ หากเราดูแลผิวไม่ถูกวิธีและล้างหน้าบ่อยๆ ก็จะทำให้สิวผดนั้นขึ้นเห่อลุกลามมากขึ้น

สาเหตุของการเกิดสิวผด

สิวผดเกิดจากแสงแดดและความร้อน รวมถึงมลพิษจากสิ่งแวดล้อมภายนอกจากน้ำและอากาศ จนทำให้ต่อมเหงื่อไม่สามารถระบายเหงื่อออกมาได้ตามปกติ แล้วเกิดการอุดตันกลายเป็นตุ่มสีแดงเล็กๆ อีกทั้งยังอาจเกิดจากการแพ้เหงื่อของตัวเอง และสาเหตุอื่นๆ ดังต่อไปนี้

  1. การล้างหน้าไม่ถูกวิธี ผู้ที่มักจะใช้น้ำอุ่นล้างหน้าเป็นประจำ การใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่มีฟองมากเกินไป หรือผลิตภัณฑ์ที่ไม่เหมาะกับสภาพผิวหน้า รวมถึงการเช็ดขัดถูหน้าแรงๆ บ่อยๆ เป็นพฤติกรรมที่ทำให้เกิดสิวผดได้ง่าย
  2. อุปกรณ์แต่งหน้าไม่สะอาด แปรงแต่งหน้าและพัฟที่มีคราบสกปรกหมักหมม จะทำให้รูขุมขนเกิดการอุดตันแล้วก่อให้เกิดสิวผดในที่สุด
  3. พักผ่อนไม่เพียงพอ หากเราพักผ่อนในแต่ละวันไม่เพียงพอหรือนอนน้อยเกินไป อีกทั้งร่างกายยังไม่แข็งแรงหรือมีภูมิต้านทานไม่ดีพอ ก็สามารถทำให้เกิดสิวผดได้เช่นกัน
  4. เชื้อยีสต์ ovale เมื่อต่อมไขมันในชั้นใต้ผิวหนังทำงานมากขึ้น จะผลิตน้ำมันส่วนเกินออกมาเคลือบผิวหนังชั้นบน แล้วกลายเป็นอาหารของยีสต์ชนิดนี้ที่อยู่บนผิวหนัง จนเกิดการแบ่งตัวอย่างรวดเร็วและกลายเป็นสิวผดนั่นเอง
วิธีรักษาสิวผด
วิธีรักษาสิวผด

วิธีรักษาสิวผด เคล็ดลับการรักษาสิวผดด้วยตัวเอง

สิ่งสำคัญของการรักษาสิวผดให้ได้ผลดีคือ ต้องพยายามห้ามยับยั้งใจตัวเองไม่ให้รบกวนผิวหน้าบ่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นการลูบ แกะ เกา หรือเช็ดถูผิวหน้าบ่อยๆ จะช่วยป้องกันการเกิดสิวและการลุกลามได้ พร้อมกับปฏิบัติตามข้อแนะนำดังนี้

  1. เลือกผลิตภัณฑ์ที่มีความอ่อนโยนต่อผิว ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ล้างหน้า บำรุงผิวหน้า หรือแม้แต่เครื่องสำอางก็ตาม และควรล้างออกให้สะอาดหมดจด จะช่วยป้องกันการเกิดสิวอุดตันและสิวผดได้
  2. ล้างหน้าอย่างถูกวิธี ควรพึงระลึกไว้เสมอว่า การล้างหน้าบ่อยๆ จะกระตุ้นให้เกิดสิวผดรุนแรงและขึ้นเห่อลุกลามมากขึ้น ดังนั้นเราจึงควรล้างหน้าวันละไม่เกิน 2 – 3 ครั้ง โดยให้ล้างด้วยน้ำเปล่าที่สะอาดช่วงระหว่างวัน และไม่ควรใช้น้ำอุ่นในการล้างหน้า และหลังจากที่ออกกำลังกายเสร็จเรียบร้อยแล้ว ต้องล้างหน้าให้สะอาดเพื่อขจัดความมันและคราบสกปรกหรือเหงื่อที่ตกค้างบนใบหน้า
  3. หลีกเลี่ยงแสงแดดและความร้อน รังสีอัลตร้าไวโอเลตที่พบในแสงแดดเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดสิวผด รวมถึงบริเวณที่มีความร้อนสูงอย่างเช่นหน้าเตาไฟก็สามารถทำให้เกิดสิวผดได้เช่นกัน เพราะฉะนั้นเราจึงควรหลีกเลี่ยงแสงแดดในช่วงกลางวันและพยายามอย่าอยู่ในบริเวณที่มีความร้อนจัด
  4. พักผ่อนให้เพียงพอและไม่เครียด ร่างกายของเราจะฟื้นฟูสภาพผิวได้ดีในช่วงเวลาที่นอนหลับสนิท และควรทำจิตใจให้แจ่มใสอยู่เสมอ เพราะความเครียดนั้นมีส่วนเกี่ยวข้องที่ทำให้ต่อมไขมันทำงานหนัก ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดสิวผดนั่นเอง
  5. รับประทานอาหารที่ช่วยบำรุงผิว ควรรับประทานผักผลไม้สดที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุสังกะสี (Zinc) รวมถึงดื่มน้ำเปล่าเยอะๆ จะช่วยเสริมบำรุงผิวพรรณให้มีความแข็งแรง และเพิ่มความชุ่มชื้นพร้อมกับปรับสมดุลภายในร่างกาย
  6. พอกหน้าด้วยสมุนไพร ในบ้านเรานั้นมีผลิตภัณฑ์ที่ทำจากสมุนไพรช่วยบำรุงผิวหลายชนิด ซึ่งสามารถช่วยลดสิวผดและสิวอักเสบได้อีกด้วย อย่างเช่นการใช้แป้งโยคีและผงพิเศษตราร่มชูชีพผสมกับน้ำมะนาวคั้นสด โดยให้มีลักษณะเป็นเนื้อครีมข้นๆ ทาหน้าทิ้งไว้ทั้งคืนแล้วล้างออกตอนเช้า หรืออาจจะใช้ผงหอมศรีจันทร์ผสมกับโยเกิร์ตแล้วนำมาพอกหน้าทิ้งไว้ 30 นาที จึงค่อยล้างออกให้สะอาด ก็จะช่วยลดการเกิดสิวผดพร้อมกับลดความมันส่วนเกิน และยังเป็นการบำรุงผิวหน้าให้เนียนนุ่มกระจ่างใสยิ่งขึ้น

    วิธีการรักษาสิว
    ยารักษาสิว
  7. ยารักษาสิวผดชนิดทา
    • ยาคีโตโคนาโซล (Ketoconazole) เหมาะสำหรับสิวผดที่เกิดจากเชื้อยีสต์ ovale แต่ต้องใช้ภายใต้การดูแลจากแพทย์ผิวหนังเท่านั้น
    • ยาอะดาพาลีน (Adapalene)เป็นยารักษาสิวผดที่จัดอยู่ในกลุ่มผลิตภัณฑ์เรตินอยด์ (Retinoids) ตัวอย่างยาที่พบบ่อยๆ ก็คือ “ดิฟเฟอริน” ที่นำมาใช้ทาก่อนนอน จะช่วยให้สิวผดผุดหัวสิวขึ้นมาแล้วค่อยกดออกในภายหลัง
  8. ทำเลเซอร์ วิธีรักษาสิวผดนี้กำลังเป็นที่นิยมอย่างยิ่งในยุคปัจจุบัน เพราะเมื่อทำครั้งเดียวก็สามารถรักษาได้ทั้งสิวผดและสิวอุดตันทั่วทั้งใบหน้า แต่อาจจะมีผลข้างเคียงเล็กน้อยคือทิ้งรอยดำไว้บ้าง ซึ่งเราสามารถใช้ครีมทาลบรอยดำได้ในภายหลัง โดยควรเลือกมำเลเซอร์กับแพทย์ผิวหนังผู้เชี่ยวชาญการใช้เลเซอร์เท่านั้น
  9. ปรึกษาแพทย์ผิวหนัง เป็นการรักษาสิวผดได้อย่างปลอดภัยและยังช่วยป้องกันการเกิดสิวผดได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากรักษาตั้งแต่ต้นเหตุและรักษาสิวผดอย่างถูกวิธี ซึ่งทำให้เราไม่ต้องเสี่ยงกับการใช้ยาที่มีส่วนผสมของสารสเตียรอยด์อีกด้วย

การรักษาสิวผดนั้นยังไม่มีวิธีรักษาให้หายสนิท เพราะถึงแม้ว่าเราจะรักษาเป็นอย่างดีก็ตาม แต่ก็ยังมีโอกาสที่จะกลับมาเป็นซ้ำได้อีก ดังนั้นจึงควรอดทนและปฏิบัติตามคำแนะนำที่กล่าวมานี้ค่ะ

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here