มะเร็งลำไส้ใหญ่ สาเหตุ อาการ และวิธีการรักษามะเร็งลำไส้ใหญ่

0
627

มะเร็งลำไส้ใหญ่ และ ไส้ตรง (รู้จักในชื่อของมะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งไส้ตรงหรือมะเร็งลำไส้) ภาษาอังกฤษ (Colorectal cancer) คือโรคมะเร็งที่เกิดในลำไส้ใหญ่หรือลำไส้ตรง สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ มีทั้งสาเหตุจากภายในและภายนอกร่างกาย ซึ่งจะมีอาการบางอย่างที่สามารถบ่งชี้อาการมะเร็งลำไส้ใหญ่เบื้องต้นได้ และวิธีการรักษาที่แตกต่างกันไป วันนี้เราจะมาทำความเข้าใจกับ สาเหตุของการเกิด อะไรเป็นต้นเหตุต่างที่มีผลต่อการเกิดมะเร็งลำไส้ รวมถึง อาการต่างๆที่จะสังเกตุเห็นได้จากบุคคลที่มีอาการ หรืออาการเบื้อต้นที่ทำให้เรารู้ตัวได้ทัน และ ขั้นตอนและวิธีการรักษาต่าง กันค่ะ

มะเร็งลำไส้ใหญ่เป็นโรคร้ายแรงที่ติดอันดับ 10 โรคร้ายแรงคร่าชีวิตของคนไทยเป็นอันดับต้นๆ ซึ่งพบมากขึ้นในปัจจุบันอันเนื่องมาจากวิถีชีวิตของผู้คนส่วนใหญ่ที่เปลี่ยนไปจากอดีตอย่างมาก ทั้งในด้านอาหารการกินประเภทอาหารจานด่วนที่มีกากใยอาหารน้อย มีปริมาณน้ำมันที่มากขึ้น และไม่ค่อยออกกำลังกายกันมากนัก เนื่องจากวิธีชีวิตที่ต้องแรงรีบและแข่งขันอย่างสูง ซึ่งสิ่งพื้นฐานเหล่านี้สามารถส่งผลต่ออัตราการเกิดมะเร็งได้

สาเหตุ อาการ และวิธีการรักษา มะเร็งลำไส้ใหญ่

มะเร็งลำไส้ใหญ่สาเหตุของโรค มะเร็งลำไส้ใหญ่ ที่คุณอาจจะมองข้าม

ในทางการแพทย์นั้นยังไม่ทราบสาเหตุการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่อย่างแน่ชัด แต่พบว่ามีปัจจัยบางประการที่ก่อให้เกิดโอกาสในการเกิดโรคได้ ดังนี้ต่อไปนี้

  1. อาหารที่รับประทาน ปัจจุบันผู้คนหันมารับประทานอาหารแบบตะวันตกกันมากขึ้น ซึ่งมักจะเป็นอาหารที่มีปริมาณไขมันสูง แต่มีกากใยอาหารต่ำ จึงทำให้ระบบการขับถ่ายทำงานผิดเพี้ยนหรือไม่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้มีความเสี่ยงต่อการเป็นมากขึ้น
  2. การกลายพันธุ์ของยีน โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่สามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้ โดยเฉพาะผู้ที่มีประวัติบุคคลในครอบครัวเคยเจ็บป่วยเป็นโรคนี้ และจะยิ่งมีความเสี่ยงมากขึ้นหากมีญาติเป็นโรคนี้ก่อนอายุ 45 ปี เพราะเมื่อยีนส์มีการกลายพันธุ์จะทำให้ไม่สามารถควบคุมการทำงานของเซลล์ได้ จากนั้นจะเติบโตกลายเป็นเซลล์มะเร็งแล้วลุกลามไปยังเซลล์ในบริเวณใกล้เคียง ก่อนที่จะก่อตัวเป็นเนื้อร้ายในที่สุด
  3. ไม่ออกกำลังกาย เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่าทุกวันนี้ผู้คนมีการขยับตัวน้อยลง และยังขาดการออกกำลังกายอย่างเหมาะสมอีกด้วย ทำให้ลำไส้ไม่ค่อยมีการเคลื่อนไหวนั่นเอง
  4. อายุเพิ่มมากขึ้น อายุเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้มีความเสี่ยงมากขึ้นตามวัย หรือแม้แต่คนที่มีอายุน้อยๆ ก็สามารถพบว่าเป็นโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้เช่นกัน
  5. บุหรี่และแอลกอฮอล์ มีผลการศึกษาทางการแพทย์บางฉบับที่พบว่า การสูบบุหรี่หรือดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคได้
  6. อาการอักเสบในลำไส้ ผู้ป่วยที่มีอาการเจ็บป่วยเกี่ยวกับลำไส้ใหญ่เรื้อรัง อย่างเช่นอาการลำไส้ใหญ่อักเสบเป็นแผลเรื้อรัง หรือโรคโครห์น จะมีโอกาสเสี่ยงต่อโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่มากขึ้น
  7. การรักษาด้วยการฉายแสง ผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษามะเร็งบริเวณช่วงท้องด้วยการฉายแสงบ่อยๆ จะทำให้มีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้

อาการของโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่อาการเบื้องต้นของโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่

ผู้ป่วยบางรายอาจจะไม่มีอาการใดๆ ในระยะแรก แต่จะเริ่มมีการพัฒนาของโรคจนถึงขั้นรุนแรง แล้วจึงจะแสดงอาการออกมา โดยอาการของมะเร็งลำไส้ใหญ่ที่สังเกตได้คือ สุขนิสัยการขับถ่ายเปลี่ยนไปจากเดิมและยังเกิดขึ้นเป็นเวลานานหลายสัปดาห์ อย่างเช่นอาการท้องผูก ท้องเสีย ถ่ายออกมาเป็นเลือด อุจจาระมีลักษณะเปลี่ยนไปจากเดิม และรู้สึกถ่ายไม่สุด เป็นต้น ซึ่งอาการเหล่านี้เป็นตัวบ่งบอกอาการผิดปกติเบื้องต้นที่เกิดขึเนกับร่างกายเรา แต่ผู้ป่วยส่วนมากมักจะละเลยไม่ให้ความสนใจกับจุดเล็กๆเหล่านี้

ยังมีผู้ป่วยอีกจำนวนไม่น้อยที่มีอาการอ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย อีกทั้งยังมีอาการปวดท้อง ท้องอืด และรู้สึกอึดอัดราวกับมีแก๊สในท้องจำนวนมาก หรือน้ำหนักลงแบบไม่มีสาเหตุ ซึ่งอาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคอื่นๆ แต่ไม่ควรมองข้ามโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะอาการที่ขับถ่ายเป็นเลือดหรือสุขนิสัยการขับถ่ายเปลี่ยนแปลงไปนั้น ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุและวินิจฉัยโรคอย่างเร่งด่วน

วิธีการรักษามะเร็งลำไส้ใหญ่วิธีการรักษา มะเร็งลำไส้ใหญ่ ที่ควรรู้

การรักษาโรคมะเร็งให้หายขาดนั้น ขึ้นอยู่กับความชนิดของมะเร็งลำไส้ใหญ่และความรุนแรงของโรคที่ผู้ป่วยเป็น ซึ่งอาจจะใช้วิธีการรักษาเพียงวิธีเดียวหรือหลายวิธีร่วมกันก็ได้

  1. การผ่าตัด เป็นวิธีการรักษาที่แพทย์มักจะใช้เป็นหลัก โดยรักษาควบคู่กับการรักษาด้วยวิธีทำเคมีบำบัด ขึ้นอยู่กับมะเร็งว่าเกิดที่บริเวณส่วนใดและมีอาการรุนแรงมากน้อยแค่ไหน รวมทั้งยังขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ที่ให้การรักษาอีกด้วย
  • กรณีที่เป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ระยะเริ่มต้น แพทย์อาจพิจารณาให้ตัดก้อนเนื้อร้ายนี้ด้วยการผ่าตัดผ่านกล้อง หากก้อนเนื้อนั้นมีขนาดเล็กหรือไม่ใหญ่มากนัก
  • หากผู้ป่วยมีก้อนเนื้อขนาดใหญ่และมีอาการลุกลามของโรคมากขึ้น แพทย์อาจจำเป็นต้องทำการผ่าตัดลำไส้ใหญ่บางส่วน เพื่อนำเอาก้อนเนื้อร้ายนั้นออกไป จากนั้นจึงค่อยเย็บลำไส้ส่วนที่เหลือไว้ด้วยกัน และอาจพิจารณาให้ตัดต่อมน้ำเหลืองออกไปตรวจหารอยโรคเพิ่มเติม แต่ถ้าไม่สามารถเย็บลำไส้ส่วนที่เหลือได้ ก็จะใช้วิธีผ่าตัดเอาลำไส้ใหญ่มาไว้ที่หน้าท้องชั่วคราว เพื่อต่อเข้ากับถุงที่ใช้เก็บกากของเสียจนกว่าจะสามารถเย็บต่อลำไส้ได้เหมือนเดิม
  1. การรักษาด้วยเคมีบำบัด หรือที่รู้จักกันทั่วไปว่า “การทำคีโม” เป็นการใช้ยารูปแบบต่างๆ ในการยับยั้งการเจริญเติบโตและทำลายเซลล์มะเร็งที่อยู่ภายในร่างกาย โดยอาจจะใช้วิธีนี้หลังจากที่รักษาด้วยการผ่าตัด อันเนื่องมาจากเซลล์มะเร็งได้ลุกลามเข้าไปในต่อมน้ำเหลืองแล้ว ซึ่งสามารถช่วยลดความเสี่ยงต่อเซลล์มะเร็งที่อาจจะกลับมาได้ หรือถ้าใช้รักษาก่อนการผ่าตัด จะเป็นวิธีที่ช่วยทำให้เซลล์มะเร็งฝ่อหรือมีขนาดของก้อนเนื้อร้ายเล็กลง นอกจากนี้การรักษาด้วยเคมีบำบัดยังได้รับการพัฒนารูปแบบที่เรียกว่า “ยาตรงเป้า” หรือ Targeted Therapy สำหรับเป็นทางเลือกของผู้ป่วยโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ที่มีตอบสนองต่อยา ทำให้การรักษามีประสิทธิภาพมากขึ้น
  2. การฉายรังสี เป็นการรักษามะเร็งลำไส้ใหญ่กับผู้ป่วยที่เป็นระยะแรกๆ ด้วยการฉายรังสีพลังงานสูงไปยังบริเวณที่มีก้อนเนื้อร้าย เพื่อช่วยลดขนาดให้เล็กลงก่อนการรักษาด้วยวิธีการผ่าตัด หรืออาจใช้ในกรณีที่เซลล์มะเร็งเจริญเติบโตขึ้นมาอีกครั้งหลังผ่าตัด และยังใช้ในการบรรเทาอาการของโรคอีกด้วย

เราอาจสรุปได้ว่ามะเร็งลำไส้ใหญ่เป็นโรคที่สามารถเกิดขึ้นได้เสมอ ตราบใดที่ยังไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันให้ถูกสุขลักษณะ โดยเฉพาะในด้านอาหารการกินและออกกำลังกายนั่นเอง

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here