ปวดหัวข้างขวา หรือ ปวดหัวข้างซ้าย สาเหตุและวิธีแก้ที่คุณจำเป็นต้องรู้

0
891

เคยไหม? ปวดหัวข้างขวา, ปวดหัวข้างขวาจี๊ดๆ, ปวดหัวข้างขวาท้ายทอย หรือ ปวดหัวข้างซ้าย คุณรู้หรือไม่ว่า อาการเหล่านี้ถึงแม้จะดูเล็กน้อย แต่สามารถส่งผลให้มีปัญหาหลายอย่างตามมาทั้งด้านจิตใจ และร่างกาย มาทำความรู้จักกับสาเหตุของการปวดหัวข้างขวาหรือปวดข้างซ้าย และวิธีแก้การต่างๆ เบื้องต้น ที่คุณควรรู้ เพื่อป้องกันปัญหากันค่ะ

อาการปวดหัวข้างเดียวไม่ว่าจะเป็นอาการปวดหัวข้างขวาหรืออาการปวดหัวข้างซ้ายก็ตาม ผู้คนส่วนใหญ่มักจะละเลยเพราะคิดว่าเดี๋ยวก็หายไปเองได้ แต่อันที่แท้จริงแล้วอาการเหล่านี้เป็นสัญญาณเตือนของร่างกาย และยังเป็นอาการของโรคไมเกรนอีกด้วย ทำให้ผู้ป่วยจำนวนมากได้รับความทุกข์ทรมานจากอาการปวดศีรษะนี้

สาเหตุของอาการ ปวดหัวข้างขวา หรืออาการ ปวดหัวข้างซ้าย

สาเหตุของอาการ ปวดหัวข้างขวา หรืออาการ ปวดหัวข้างซ้าย
สาเหตุของอาการ ปวดหัวข้างขวา หรืออาการ ปวดหัวข้างซ้าย

อาการปวดหัวข้างเดียวจะมีลักษณะการปวดที่แตกต่างกันออกไป อย่างเช่นอาจจะมีอาการปวดตุ้บๆ ที่ท้ายทอยหรือมีอาการปวดหัวข้างขวาด้านหลัง ซึ่งอาการปวดศีรษะแต่ละแบบก็มีสาเหตุที่ไม่เหมือนกัน บางคนคิดว่าอาการปวดหัวข้างเดียวนั้นคืออาการของโรคไมเกรน แต่เราจะแบ่งสาเหตุของอาการปวดศีรษะได้ดังต่อไปนี้

  1. ปวดศีรษะไมเกรน เป็นลักษณะการปวดศีรษะที่พบบ่อย โดยจะรู้สึกปวดที่ขมับข้างใดข้างหนึ่ง อาจจะมีอาการปวดที่เบ้าตา หน้าผาก และต้นคอร่วมด้วยก็ได้
  2. ปวดศีรษะ SUNCT หรือ Short – lasting Uni lateral Neuralgiform Headache attack with Conjunctival injection and Tearing) คืออาการปวดศีรษะข้างเดียวที่มีลักษณะของการปวดที่เส้นประสาท ตาแดง และมีน้ำตาไหล
  3. ปวดศีรษะข้างเดียวแบบปวดเส้นประสาท มักจะมีอาการปวดร่วมกับอาการระบบประสาทอัตโนมัติผิดปกติที่เรียกว่า SUNA หรือ Short – lasting Unilateral Neuralgiform with cranial Autonomic features
  4. ปวดศีรษะคลัสเตอร์ เป็นอาการปวดหัวข้างขวาหรืออาการปวดหัวข้างซ้ายที่ไม่ร้ายแรง ซึ่งเราจะสังเกตเห็นว่ามีอาการปวดหัวในแต่ละครั้งประมาณ 1 ชั่วโมง โดยจะเกิดขึ้นในเวลาเดิมๆ ของแต่ละวัน และอาจจะมีอาการปวดขมับหรือเบ้าตาร่วมด้วย

ปวดหัวข้างขวา

อาการปวดศีรษะข้างเดียวแต่ละแบบมีอาการอย่างไ

อาการปวดศีรษะข้างเดียวทั้งอาการปวดหัวข้างขวาหรืออาการปวดหัวข้างซ้าย ส่วนใหญ่ที่พบได้มากคือมีอาการปวดที่ขมับ หน้าผาก เบ้าตา และรอบๆ บริเวณตา โดยจะรู้สึกปวดเพียงด้านเดียวเท่านั้น ซึ่งเราควรสังเกตอาการปวดศีรษะให้ละเอียดว่ารู้สึกปวดที่ตำแหน่งใดบ้าง เพราะเมื่อเราไปพบแพทย์จะได้บอกรายละเอียด เพื่อให้แพทย์สามารถวินิจฉัยโรคและทำการรักษาได้อย่างตรงจุดมากที่สุด

  1. อาการปวดศีรษะ
    • อาการปวดแบบเป็นๆ หายๆ ได้แก่ อาการปวดศีรษะ SUNCT อาการปวดศีรษะ SUNA และอาการปวดศีรษะคลัสเตอร์
    • อาการปวดศีรษะแบบตลอดเวลา ได้แก่ อาการปวดศีรษะ SUNCT ในผู้ป่วยบางราย และผู้ป่วยที่มีอาการปวดหัวข้างขวาหรือข้างซ้ายแบบไม่เปลี่ยนข้างตลอดเวลา หรือ Hemicranial continua
  2. ลักษณะอาการปวดศีรษะ
    • รู้สึกปวดตุ้บๆ ได้แก่ อาการปวดไมเกรน อาการปวดศีรษะคลัสเตอร์
    • รู้สึกปวดตื้อแบบตุ้บๆ ตลอดเวลา ได้แก่ อาการปวดศีรษะข้างเดียวแบบไม่เปลี่ยนข้างตลอดเวลา
    • รู้สึกปวดแบบเสียวแปล๊บๆ ได้แก่ อาการปวดศีรษะ SUNCT อาการปวดศีรษะ SUNA
    • อาการอื่นๆ ร่วมด้วย ได้แก่ ตาบวม น้ำตาไหล ลืมตาลำบาก ตาแดง และมีน้ำมูกไหล เป็นต้น

โรคไมเกรน

วิธีแก้อาการปวดศีรษะข้างเดียว

เมื่อเราทราบถึงสาเหตุและอาการหรือลักษณะของอาการปวดหัวข้างขวาหรืออาการปวดหัวข้างซ้าย ตามที่ได้กล่าวมาข้างต้นนี้แล้ว ต่อไปจะเป็นวิธีการรักษาหรือวิธีแก้อาการปวดหัวที่จะช่วยให้ทุเลาลงได้ ตามลักษณะของอาการปวดศีรษะแต่ละแบบ

  1. อาการปวดศีรษะไมเกรน เป็นอาการปวดศีรษะข้างเดียวที่อาจจะเกิดขึ้นกับด้านใดก็ได้ ซึ่งเราสามารถรับประทานยาเพื่อบรรเทาอาการปวดได้ เช่น ไอบูโพรเฟน ทริปเทนต์ และยาประเภทอะซีตะมิโนเฟน (Acetaminophen) แต่ผู้ป่วยควรได้รับการวินิจฉัยโรคและการรักษาจากแพทย์โดยตรงก่อน เพื่อให้การใช้ยาเป็นไปอย่างถูกต้องตามอาการที่เกิดขึ้น และทำให้อาการของโรคดีขึ้นอีกด้วย
  2. อาการปวดศีรษะคลัสเตอร์ ถึงแม้ว่าจะเป็นอาการปวดศีรษะที่ไม่รุนแรงมาก แต่ก็ควรรับประทานยาหรือได้รับการรักษาด้วยเช่นกัน โดยรับประทานยาที่ใช้รักษาโรคไมเกรนอย่างเช่นยาคาร์เฟอร์ก็อต หรือใช้ยากลุ่มทริปเทนต์ และยังสามารถใช้วิธีการสูดดมออกซิเจนบริสุทธิ์ เพื่อช่วยบรรเทาอาการปวดนี้ได้เช่นกัน
  3. อาการปวดศีรษะ SUNCT หรือ SUNA เป็นอาการปวดศีรษะข้างเดียวที่มีความเกี่ยวข้องกับเส้นประสาท ซึ่งจำเป็นต้องใช้ยาประเภทสเตียรอยด์หรือยาต้านการอักเสบชนิดไม่ติดเชื้ออย่างเช่นยาเพร็ดนิโซโลน ยากลุ่มจิตเวชประเภทยากันชักอย่างเช่นยาคาร์บามาซีปีนหรือยาลามิคทอล ดังนั้นจึงควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยหาสาเหตุที่แท้จริง และรับการรักษาเฉพาะทางในลำดับต่อไป

             ผู้ป่วยควรหลีกเลี่ยงปัจจัยต่างๆ ที่ทำให้เกิดอาการปวดศีรษะข้างเดียว อย่างเช่นกลิ่นน้ำหอม บริเวณที่มีแสงจ้ามากๆ แสงกะพริบๆ ตลอดเวลา หรือบริเวณที่มีเสียงดังอึกทึกครึกโครม หยุดการทำงานหนักแบบหักโหม หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่และดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หลีกเลี่ยงมลพิษและสารเคมี ไม่เล่นกีฬาที่หนักเกินไป แต่ควรเลือกกีฬาที่เบาๆ

นอกจากนี้ควรพักผ่อนให้เพียงพอด้วยการนอนหลับที่มีประสิทธิภาพการนอนที่ดี อย่างน้อยวันละ 7 – 8 ชั่วโมง โดยทำให้ห้องนอนมีความเงียบสงบ และมีอุณหภูมิห้องที่เหมาะสม ไม่ร้อนจัดหรือเย็นจัดเกินไป

อาการปวดหัวข้างขวาหรืออาการปวดหัวข้างซ้าย เป็นอาการปวดศีรษะที่สร้างความลำบากในการใช้ชีวิตประจำไม่น้อยเลยทีเดียว โดยเฉพาะผู้ที่ต้องทำงานใช้ความคิดหรือการคำนวณ และยังเป็นอาการเตือนของโรคอื่นๆ จากร่างกายอีกด้วย ดังนั้นเมื่อเริ่มมีอาการปวดศีรษะข้างเดียวก็ไม่ควรปล่อยปละละเลย เพราะอาจจะทำให้มีอาการรุนแรงมากขึ้นแล้วส่งผลกระทบต่อร่างกายอย่างร้ายแรงได้

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here