ปวดฟัน สาเหตุ อาการ และวิธีแก้ปวดฟัน เบื้องต้นอย่างได้ผล

0
767

ปวดฟัน ปวดฟันคุด ปวดฟันกราม ปวดฟันเหงือกบวม อาการสุดแสนจะทรมาน และสร้างความน่ารำคาญ สำหรับใครหลายๆคน วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับ อาการปวดฟันเป็นอย่างไรบ้าง และ สาเหตุของการเกิดอาการปวดฟัน นั้นเกิดจากสาเหตุอะไร พร้อม วิธีแก้ปวดฟันด้วยตัวเองเบื้องต้นง่ายๆในแบบต่างๆ ที่ได้ผล หมดปัญหากับ คำถาม ปวดฟันทำไงดี คุณก็ทำได้!

ปวดฟัน สาเหตุ อาการ และวิธีแก้ปวดฟัน เบื้องต้นอย่างได้ผล

อาการปวดฟัน (Toothache) เป็นอาการเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นภายในช่องปาก โดยมีผลมาจากสภาพฟันที่ผิดปกติและยังอาจเกิดจากอาการปวดที่มาจากโรคอื่นๆ ส่งผลให้มีอาการปวดร้าวจนมาถึงฟัน จึงทำให้ดูเหมือนว่าเป็นอาการปวดฟันนั่นเอง แต่อาการปวดฟันเหล่านี้สามารถหายเองได้ เมื่อใช้วิธีแก้ปวดฟันอย่างถูกวิธี จะช่วยบรรเทาอาการปวดได้ในระดับหนึ่ง หรือรักษาที่ต้นเหตุกับทันตแพทย์

ปวดฟัน
ปวดฟัน สาเหตุ อาการ และวิธีแก้ปวดฟัน เบื้องต้นอย่างได้ผล

สาเหตุของอาการ ปวดฟัน

  1. ฟันผุ เป็นสาเหตุหลักๆ ที่ทำให้มีอาการปวดฟัน โดยอาจจะรู้สึกปวดฟันขณะเคี้ยวอาหาร เพราะเศษอาหารเข้าไปติดที่รูฟันผุนั้น หรือมีอาการเสียวฟันเมื่อรับประทานของร้อนหรือเย็น
  2. เศษอาหารติดซอกฟัน หากผู้ป่วยมีฟันผุเป็นรูใหญ่ ฟันห่าง หรือมีช่องว่างระหว่างฟัน เศษอาหารจะเข้าไปติดได้ง่ายแล้วไปกดให้เหงือกมีอาการช้ำ ทำให้มีอาการปวดเหงือกและฟันในที่สุด
  3. ฟันร้าว / ฟันแตก เป็นสาเหตุที่ทำให้ความร้อนหรือความเย็นจากอาหารและเครื่องดื่มที่รับประทาน ส่งไปถึงโพรงประสาทฟันแล้วทำให้มีอาการปวดฟัน
  4. ฟันคุด เป็นอาการของฟันกรามที่ขึ้นไม่ตรงตามตำแหน่ง และอาจจะมีลักษณะเอียงไปดันฟันข้างๆ จนทำให้มีอาการเจ็บปวด อีกทั้งหากทำความสะอาดไม่ดีพอ จะทำให้เศษอาหารตกค้างจนก่อให้เกิดอาการอักเสบ
  5. โรคเหงือกอักเสบ ทำให้เหงือกมีอาการแดงช้ำ ซึ่งมักจะมีสาเหตุมาจากคราบหินปูนที่เกาะสะสมส่งผลให้มีอาการปวดฟัน และอาจมีเลือดออกขณะแปรงฟันได้
  6. เนื้อเยื่อในโพรงประสาทฟันอักเสบ เกิดจากฟันผุที่มีความลึกจนทะลุโพรงประสาทฟัน หรือฟันแตกและฟันร้าวที่ลึกถึงโพรงประสาทฟันเช่นกัน ก่อให้เกิดการอักเสบและติดเชื้อที่บริเวณเนื้อเยื่อในโพรงประสาทฟัน ทำให้มีอาการปวดฟันมากเป็นเวลานาน
  7. ปลายรากฟันอักเสบ สืบเนื่องมาจากอาการอักเสบของเนื้อเยื่อในโพรงประสาทฟัน จนทำให้ลุกลามไปยังบริเวณปลายรากฟันแล้วมีการติดเชื้อเป็นหนอง ส่งผลให้เหงือกมีอาการบวมอักเสบและเกิดอาการปวดฟัน
  8. ฟันสึก ทำให้มีอาการปวดฟันหรือเสียวฟันเป็นครั้งคราว แต่ถ้าฟันสึกมากๆ จนถึงชั้นโพรงประสารทฟัน ก็จะทำให้ฟันตายแล้วมีอาการปวดฟันจนถึงขั้นต้องถอนฟันได้
  9. นอนกัดฟัน ทำให้มีอาการฟันสึกและเป็นการทำลายสารเคลือบฟันตามธรรมชาติ
  10. โรคปวดเส้นประสาทใบหน้า หรือ Trigeminal neuralgia เกิดจากอาการอักเสบของประสาทสมองเส้นที่ 5 จะทำให้มีอาการปวดเหมือนลักษณะการปวดฟันได้
  11. ฟันขึ้นในวัยเด็ก เด็กเล็กๆ ที่ฟันกำลังขึ้นนั้น อาจจะมีอาการเหงือกอักเสบได้ แต่จะสามารถหายเองเมื่อฟันโผล่พ้นเหงือกไปแล้ว
  12. อาการปวดจากโรคอื่นๆ ทำให้มีอาการปวดร้าวมาถึงฟัน เช่น โรคเกี่ยวกับหู โรคไซนัสอักเสบ และโรคหลอดเลือดหัวใจ เป็นต้น

อาการปวดฟันเป็นอย่างไรอาการปวดฟันเป็นอย่างไร

อาการปวดฟันแบ่งได้เป็น 2 ลักษณะเช่นกัน คือ อาการปวดฟันที่ทำให้รู้สึกเสียวฟัน เวลาที่รับประทานอาหารร้อนหรือเย็น อาหารที่มีรสจัด รวมถึงขณะที่กำลังเคี้ยวอาหาร โดยอาการปวดฟันประเภทนี้จะหายไปเองก็ต่อเมื่อหยุดรับประทานอาหารชนิดนั้นในเวลาเพียงไม่กี่นาที เพราะอุณหภูมิของอาหารหรือเครื่องดื่มและแรงบดเคี้ยวอาหาร มีส่วนช่วยในการกระตุ้นเส้นประสาทในโพรงประสาทฟันได้มากกว่าปกติ ถ้ามีอาการฟันผุหรือฟันบิ่นที่ลึกถึงเนื้อฟันชั้นใน

อาการปวดฟันอีกประเภทหนึ่งคือ มีอาการปวดตุ้บๆ เป็นจังหวะ ซึ่งมีความรุนแรงมากกว่าการปวดฟันแบบประเภทแรก โดยอาจจะรู้สึกปวดได้ขึ้นมาเองหรือมีอาการปวดมากขึ้น เมื่อรับประทานอาหารร้อนหรือเย็นและการเคี้ยวอาหาร แต่อาการปวดนี้จะไม่หายไป ถึงแม้ว่าจะหยุดรับประทานอาหารเหล่านั้นหรือลองใช้วิธีแก้ปวดฟันแล้วก็ตาม

วิธีแก้ปวดฟันด้วยตัวเองวิธีแก้ปวดฟันด้วยตัวเอง

  1. หลีกเลี่ยงสิ่งที่กระตุ้นให้ปวดฟัน ไม่ว่าจะเป็นอาหารที่มีอุณหภูมิร้อนจัดหรือเย็นจัด อาหารที่มีรสชาติจัดจ้านอย่างเช่นเปรี้ยวจัดหรือหวานจัด
  2. ทำความสะอาดช่องปากอย่างพิถีพิถัน โดยเฉพาะเศษอาหารที่ติดอยู่ตามซอกฟัน ควรใช้ไหมขัดฟันเพื่อทำความสะอาดซอกฟันที่มีอาการปวดด้วยความระมัดระวัง แล้วบ้วนปากเพื่อให้เศษอาหารหลุดออกง่ายขึ้น
  3. บ้วนปาก เป็นวิธีแก้ปวดฟันที่ง่ายๆ มากและสามารถทำได้ด้วยตัวเอง โดยใช้เกลือแกงปริมาณ 1 ช้อนชา ผสมกับน้ำอุ่น 250 มิลลิลิตร คนให้ละลายแล้วอมกลั้วในปากประมาณ 30 วินาที จึงค่อยบ้วนออก หรือบ้วนปากด้วยไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ที่มีความเข้มข้น 3% จะช่วยขจัดเชื้อแบคทีเรียและบรรเทาอาการปวดฟันได้
  4. หลีกเลี่ยงการกระทบกระแทกบริเวณที่ปวดฟัน เพราะจะทำให้มีอาการปวดฟันมากขึ้น จึงควรหลีกเลี่ยงอาหารที่ต้องใช้แรงบดเคี้ยวมากๆ เช่น อาหารที่มีความแข็งหรือเหนียวมาก หรืออาจจะหันไปใช้วิธีเคี้ยวอาหารอีกด้านของช่องปากแทน
  5. การประคบ เป็นวิธีแก้ปวดฟันที่สามารถช่วยบรรเทาอาการปวดฟันได้อีกวิธีหนึ่ง
    • การประคบร้อน เหมาะสำหรับอาการฟันผุที่ทะลุถึงโพรงประสาทฟันและมีหนองที่ปลายรากฟัน เพราะการใช้ความร้อนมาประคบนั้น จะช่วยลดอาการปวดฟันและเป็นการระบายหนองอีกด้วย
    • การประคบเย็น เป็นการใช้ความเย็นมาประคบเพื่อให้เกิดอาการชาบริเวณที่ปวดฟัน โดยใช้ผ้าบางๆ ห่อน้ำแข็งแล้วประคบครั้งละ 10 – 15 นาที หยุดพักเป็นระยะๆ จึงค่อยประคบต่อตามความจำเป็นเท่านั้น เพราะอาจจะทำให้มีอาการบาดเจ็บเพิ่มมากขึ้น
    • การประคบด้วยถุงชา สารแทนนินที่พบในชาสามาถช่วยลดอาการบวมได้ ในขณะที่ชาเปปเปอร์มินต์จะช่วยให้มีอาการชาและลดอาการปวด เพียงแค่นำถุงชาใส่ถ้วยที่มีน้ำแล้วเข้าไมโครเวฟให้พออุ่นๆ จากนั้นบีบน้ำที่ถุงชาออกแล้วจึงค่อยวางถุงชาริเวณที่มีอาการปวดฟัน จนกว่าอาการปวดฟันนั้นจะทุเลาลง
  6. รับประทานยาแก้ปวด การรับประทานยาแก้ปวดอย่างเช่นพาราเซตามอล แอลไพริน หรือไอบูโพรเฟน โดยรับประทานครั้งละ 1 – 2 เม็ด ทุก 4 – 6 ชั่วโมง จะช่วยบรรเทาอาการปวดฟันให้ลดลงจนกว่าจะไปพบทันตแพทย์ เพื่อรับการรักษาที่ต้นเหตุ แต่สำหรับยาแก้ปวดที่เป็นชนิดผงนั้น ห้ามใส่ลงไปในรูฟันผุหรือบริเวณที่ปวดฟัน เพราะตัวยาที่มีสภาพเป็นกรดจะทำให้บริเวณเหงือกและแก้มเป็นแผลได้

หลังจากที่ใช้วิธีแก้ปวดฟันตามที่กล่าวมาข้างต้นแล้วไม่หายหรือไม่ดีขึ้น ควรไปพบทันตแพทย์เพื่อหาสาเหตุของอาการปวดฟันที่แท้จริง ซึ่งอาจจะมาจากโรคอื่นๆ ที่ส่งผลให้มีอาการปวดร้าวถึงฟันได้นั่นเอง

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here