ตั้งครรภ์ 12 วิธีสังเกตหากตั้งครรภ์ ลักษณะคนท้อง ที่คุณควรรู้

0
2747

ตั้งครรภ์ 1 เดือน, ตั้งครรภ์ 2 เดือน, ตั้งครรภ์ 3 เดือน ? สาวๆหลายคนคงมีคำถาม ว่าจะรู้ได้อย่างไรว่าเราตั้งครรภ์แล้ว มีลักษณะคนท้อง หรือ สัญญาณอะไร บอกเราไหม? อาการของคนท้องเป็นอย่างไร? วันนี้เราได้รวม 12 วิธีสังเกตหากตั้งครรภ์ อาการคนท้อง เพื่อสาวๆ และคุณแม่มือใหม่ได้สังเกตุตัวเราเองว่าท้องหรือไม่ ลองตามดูกันค่ะ

สาวๆ หลายคนไม่แน่ใจว่าตัวเองตั้งครรภ์หรือเปล่า  เพราะในแต่ละรายจะมีอาการเริ่มต้นการตั้งครรภ์ อาการคนท้องไม่เหมือนกัน  บางรายมีอาการแพ้ท้องออกอย่างชัดเจน  แต่ในบางรายกลับไม่มีอาการใดๆ เลย  ยังคงใช้ชีวิตปกติ  ประจำเดือนก็มีอยู่  ทำให้อาจตั้งครรภ์โดยไม่รู้ตัว  หรืออยู่ๆ ก็มีอาการบ่งชี้ว่าน่าจะตั้งครรภ์  แต่สักพักก็กลับหายไปเสียดื้อๆ แบบนี้ก็งงซิค่ะ  ว่าตกลงแล้วตั้งครรภ์หรือไม่  ดังนั้นเราจึงได้รวบรวมวิธีสังเกตหากตั้งครรภ์ หรือวิธีสังเกต อาการคนท้องมาฝาก  สำหรับสาวๆ ที่ไม่เคยมีประสบการณ์ในการตั้งครรภ์มาก่อนเพื่อความแม่นยำและชัดเจนค่ะ

การตั้งครรภ์  โดยธรรมชาติจะต้องมีอาการเตือนหลายๆ อย่างที่เกิดขึ้นทั้งร่างกายและจิตใจ  ซึ่งภาวะเช่นนี้จะแกว่งขึ้นๆ ลงๆ รวดเร็วมากตามสภาพของแต่ละบุคคล  เพราะเป็นกลไกตามธรรมชาติที่ปรับให้เตรียมความพร้อมที่จะมีทารกอยู่ในครรภ์  หรืออาจจะเรียกว่าเป็นสัญญาณเตือนให้เราเตรียมตัวให้พร้อมกับการเป็นคุณแม่มือใหม่ได้แล้ว

สำหรับบางรายแทบจะไม่ทันสังเกตถึงความเปลี่ยนแปลงของร่างกายตังเองหรือไม่แสดงอาการคนท้องอะไรออกมาให้ได้สังเกตเลย  ซึ่งก็ไม่แปลกเนื่องจากในช่วงระยะแรกของการตั้งครรภ์นั้นจะไม่ค่อยแสดงอาการให้รู้สึกสักเท่าไหร่  ดังนั้นหากมีอาการแสดงออกมา  ในเบื้องต้นเราสามารถสังเกตถึงความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ได้

วิธีสังเกตหาก ตั้งครรภ์ อาการคนท้อง ลักษณะคนท้อง (อาการของคนตั้งครรภ์)

ตั้งครรภ์

  1. ประจำเดือนขาด โดยปกติแล้วประจำเดือนจะมาทุกเดือนและมาในระยะเวลาที่ใกล้เคียงกัน  แต่เมื่อจู่ๆ ประจำเดือนไม่มาขาดหายไปเกินกว่า 10 วัน  รอแล้วรอเล่าไม่มาสักที  ให้สันนิษฐานเบื้องต้นไว้ก่อนเลยว่ากำลังมีการตั้งครรภ์  เพราะเมื่อร่างกายเข้าสู่ภาวะตั้งครรภ์  ร่างกายจะผลิตฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนจำนวนมากมาหยุดยั้งการมีประจำเดือน  และช่วยให้ครรภ์มีสุขภาพแข็งแรง  แต่การที่ประจำเดือนขาดก็ไม่ได้หมายความว่าจะต้องตั้งครรภ์เสมอไปอาจเกิดจากสาเหตุอื่นๆ ได้  หรือบางรายอาจจะมีประจำเดือนขณะตั้งครรภ์  สรุปคือแม้ว่าจะมีประจำเดือนหรือไม่  ก็ยังการันตีไม่ได้ว่ากำลังตั้งครรภ์  ต้องพิจารณาในข้ออื่นๆ ประกอบด้วย
  2. รู้สึกคัดเต้านม เจ็บ  และตึง  เต้านมของหญิงตั้งครรภ์จะคัดตึงมากกว่าและนานกว่าหญิงที่ไม่ได้ตั้งครรภ์  บางรายอาจรู้สึกเจ็บมากถึงขนาดจับเต้านมและหัวนมไม่ได้เลย  เพราะว่าร่างกายเตรียมสร้างน้ำนม  ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของเต้านม  ที่เริ่มคัดตึง  ขยายใหญ่ขึ้น  หัวนมมีสีคล้ำลงและตั้งชู  เต้านมและหัวนมไวต่อการสัมผัส  บริเวณลานหัวนมกว้างขึ้นและมีเส้นเลือดดำสีเขียวๆ ปรากฏโดยรอบๆ เต้านมชัดขึ้น  ตุ่มบริเวณรอบหัวนมก็จะมีมากขึ้น
  3. วิงเวียนศีรษะ หน้ามืด  คล้ายจะเป็นลม  เนื่องจากระดับน้ำตาลในเลือดต่ำและความดันโลหิตลดลง  ทำให้เกิดอาการดังกล่าวกับหญิงตั้งครรภ์
  4. จมูกไวต่อกลิ่นต่างๆ เรียกอาการนี้ว่า “Super Smell” เป็นอาการที่จมูกไวต่อกลิ่นทุกชนิดมากเป็นพิเศษ  ทำให้รู้สึกเหม็นจนอยากจะอาเจียนไปเสียหมด  ทั้งๆ ที่เป็นกลิ่นที่คุ้นชินมาก่อน  บางรายเหม็นกลิ่นอาหารที่ตัวเองเคยชอบทาน  บางรายเหม็นกลิ่นน้ำหอมที่ตัวเองเคยใช้  บางรายรู้สึกเหม็นกลิ่นตัวคุณสามี  เพราะธรรมชาติพยายามป้องกันร่างกายเพื่อให้หญิงมีครรภ์ได้พักผ่อนมากที่สุด
  5. คลื่นไส้ อาเจียน  หรืออาการแพ้ท้อง  พบบ่อยที่สุดจนกลายเป็นสัญลักษณ์ของการตั้งครรภ์ไปแล้ว  สามารถเกิดขึ้นได้ตลอดทุกช่วงเวลาของวัน  สาเหตุมาจากการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนและฮอร์โมนเอสโตรเจนมากจนเกินไป  อาการนี้มักจะเริ่มขึ้นในช่วงสัปดาห์ที่ 6-12 ของการตั้งครรภ์  บางรายอาจมีอาการแพ้ท้องเร็วกว่ากำหนด  แล้วจะหายเมื่อเข้าสู่เดือนที่ 3-5 ของการตั้งครรภ์  แต่ในบางรายแย่หน่อยมีอาการแพ้ตลอดจนกระทั่งคลอด  หรือบางรายโชคดีคือไม่มีอาการแพ้ท้องแต่อย่างใด
  6. ความอยากอาหารเปลี่ยนแปลงไป อาจจะรู้สึกอยากจะทานของแปลกๆ ที่ไม่เคยทานมาก่อน  หรืออาจจะอยากทานของเปรี้ยวๆ  หรือมีอาการเบื่ออาหารไม่อยากทานอะไรเลย  เนื่องจากฮอร์โมนเพิ่มขึ้นในช่วงตั้งครรภ์อ่อนๆ ทำให้ไม่ค่อยรับรู้รสชาตินั่นเอง
  7. รู้สึกขมๆ เฝื่อน  หรือมีรสชาติแปลกๆ ในปาก  เป็นอาการของโรคกรดไหลย้อนที่เป็นมากในหญิงตั้งครรภ์  เพราะฮอร์โมนที่เพิ่มมากขึ้นทำให้หูรูดหลอดอาหารอ่อนแอและมดลูกขยายตัวเพิ่มแรงกดต่อกระเพาะอาหาร
  8. มีอาการอ่อนเพลีย เหนื่อย  เมื่อยล้า  ทำให้อยากนอนหลับตลอดเวลา  เนื่องจากฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนสูงขึ้นทำให้กล้ามเนื้อในร่างกายคลายตัวเหมือนยากล่อมประสาท  และร่างกายต้องใช้พลังงานอย่างมากในการพัฒนาทารกในครรภ์  ทำให้ร่างกายมีอุณหภูมิสูงและสูญเสียพลังงานมากขึ้น  นอกจากนี้พลังงานเหล่านี้ยังใช้ในการปรับสภาพแวดล้อมภายในครรภ์ให้เหมาะสมกับการเจริญเติบโตของทารกอีกด้วย
  9. มีอารมณ์เปลี่ยนแปลงง่าย ทำให้มีอารมณ์อ่อนไหว  แปรปรวน  หงุดหงิดได้ง่ายแบบไม่มีสาเหตุ  อาจจะมีภาวะทางอารมณ์อย่างนี้ในช่วงระยะประมาณ 3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์  เมื่อผ่านพ้นช่วงนี้ไปอารมณ์ก็จะเข้าสู่ภาวะปกติ
  10. ปัสสาวะบ่อยและมีสีเข้ม เนื่องจากมดลูกที่โตขึ้นไปเบียดและกดกระเพาะปัสสาวะทำให้พื้นที่ความจุปัสสาวะมีน้อยลง  และระดับฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนที่เพิ่มขึ้น  เป็นสาเหตุให้เลือดไหลเวียนไปที่มดลูกและทำให้เยื่อบุผนังมดลูกหนาขึ้นเพื่อป้องกันและเอื้อต่อการพัฒนาการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์  ทำให้ไตกลั่นกรองปัสสาวะเพิ่มขึ้น
  11. เกิดอาการตกขาวเล็กน้อย บริเวณปากมดลูกและช่องคลอดมีการสร้างของเหลวออกมาเพื่อหล่อลื่นบริเวณปากช่องคลอดอยู่แล้ว  เมื่อมีการตั้งครรภ์ทั้งสรีระและฮอร์โมนในร่างกายมีการปรับตัวสูงขึ้น  ทำให้พบอาการตกขาวเป็นมูกเหลวสีขาวขุ่นหรือสีครีม  ไม่เป็นอันตรายแต่อย่างใด
  12. มีอาการท้องผูกกว่าปกติ สาเหตุมาจากการเปลี่ยนแปลงของร่างกายเมื่อมีการตั้งครรภ์  ทำให้มีผลกระทบต่อกระบวนการขับถ่ายทำงานช้าลง

นี่คือลักษณะอาการทั่วไปของร่างกายที่อาจจะกำลังบอกเป็นนัยว่า “คุณกำลังจะได้เป็นคุณแม่ป้ายแดง” หากสังเกตตัวเองแล้วพบว่ามีอาการเหล่านี้แสดงออกมามากกว่า 3-4 ข้อ  ขอแนะนำให้ไปซื้อที่ตรวจการตั้งครรภ์จากร้านขายยามาตรวจ  หรือไปพบแพทย์ตรวจเพื่อความมั่นใจจะดีกว่าค่ะ

เป็นกันอย่างไรกับ วิธีสังเกตหากตั้งครรภ์ อาการคนท้อง ที่เรารวบรวมมาให้ ลองสังเกตุกันดูนะค่ะ

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here