กรดไหลย้อน อาการ วิธีรักษา โรคใกล้ตัวที่คุณควรรู้จัก

0
1063

กรดไหลย้อน ภาษาอังกฤษ (Gastro-Esophageal Reflux Disease; GERD) เป็นภาวะที่น้ำย่อยจากกระเพาะอาหารไหลย้อนกลับขึ้นไปในหลอดอาหาร อาจทำให้เกิดอาการแสบร้อนบริเวณหน้าอก เป็นปัญหาสุขภาพที่สามารถพบได้ในคนทุกเพศทุกวัย ทั้งหญิงและชาย ตั้งแต่เด็กจนไปถึงผู้สูงอายุ ในประเทศไทย พบว่าคนไทยวัยทำงานประสบปัญหาโรคกรดไหลย้อนกันมากขึ้น ซึ่งหลายคนอาจเคยสงสัยว่า กรดไหลย้อน คืออะไร  สาเหตุเกิดจากอะไร  อาการเป็นเช่นไร  และรักษาอย่างไรให้หายจากอาการนี้  เรามาทำความเข้าใจกับกรดไหลย้อนกันดีกว่าค่ะ

โรคกรดไหลย้อน (Gastoesophageal reflux disease) หรือ  โรคเกิร์ด (GERD) เป็นภาวะที่น้ำย่อยจากกระเพาะอาหารไหลย้อนขึ้นไปในหลอดอาหาร  ซึ่งของที่ไหลย้อนส่วนใหญ่นั้นจะเป็นกรดในกระเพาะอาหาร  ส่วนน้อยอาจเป็นด่างจากลำไส้เล็ก  อาจมีหรือไม่มีอาการหลอดอาหารอักเสบร่วมก็ได้  พบได้ทุกเพศทุกวัยไม่ว่าจะเป็นชายหรือหญิง  ตั้งแต่เด็กทารกไปจนถึงผู้สูงอายุ  โดยพบอัตราการเกิดสูงขึ้นตั้งแต่อายุประมาณ 40 ปีขึ้นไป  ซึ่งคาดว่าเมื่อมีอายุมากขึ้น  ก็จะพบโรคนี้เพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย  สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งกลางวันและกลางคืน  และมักจะมีอาการรุนแรงกับกลุ่มคนอ้วนและกลุ่มผู้สูบบุหรี่

กรดไหลย้อน อาการ วิธีรักษา โรคใกล้ตัวที่คุณควรรู้จัก

กรดไหลย้อน เกิดจาก
กรดไหลย้อน เกิดจาก

สาเหตุกรดไหลย้อน

  1. เกิดจากกล้ามเนื้อที่ทำหน้าที่หูรูด (Sphincter) หย่อนยานหรือปิดไม่สนิท อาจเป็นการเสื่อมตามอายุหรือหูรูดยังเจริญได้ไม่เต็มที่ในเด็กทารก  จึงส่งผลให้กรดและอาหารที่กำลังย่อยในกระเพาะอาหาร  ไหลทวนย้อนกลับเข้าสู่หลอดอาหาร
  2. ความผิดปกติในการบีบตัวของหลอดอาหาร ทำให้อาหารที่รับประทานลงช้าหรืออาหารไหลย้อนขึ้นกลับมาจากกระเพาะอาหาร  ค้างอยู่ในหลอดอาหารเป็นเวลานานกว่าปกติ  เนื่องจากกลไกในการกำจัดกรดในหลอดอาหารผิดปกตินั่นเอง
  3. ความผิดปกติในการบีบตัวของกระเพาะอาหาร ทำให้อาหารค้างอยู่ในกระเพราะอาหารเป็นเวลานาน  ซึ่งจะเพิ่มแรงดันในกระเพาะอาหารดันให้หูรูดนี้เปิดออก  ทำให้เพิ่มโอกาสกรดไหลย้อนจากกระเพาะอาหารเข้าสู่หลอดอาหารมากขึ้น
  4. มีปัจจัยส่งเสริมทำให้เกิดบ่อยและนานขึ้น อาทิ  การรับประทานอาหารในปริมาณที่มากเกินไป , ทานอาหารรสจัด  อาหารที่มีความเป็นกรด  อาหารมักดอง  อาหารทอดที่อมน้ำมัน  อาหารและเครื่องดื่มที่มีฤทธิ์เป็นกรดหรือแก๊สมากๆ  มีคาเฟอีน  รวมถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ , การนอนราบ  การนอนเอนหลังทันทีที่รับประทานอาหารเสร็จ , การใส่เสื้อผ้าที่คับหรือการรัดเข็ดขัดที่แน่นจนเกินไป , การใช้ยารักษาโรคอื่นในบางชนิด , การสูบบุหรี่ , ความเครียด , การตั้งครรภ์ , การเป็นโรคต่างๆ เช่น โรคเบาหวาน โรคอ้วน โรคหืดหอบ โรคถุงลมโป่งพอง โรคของกะบังลม โรคกล้ามเนื้อและ/หรือของเนื้อเยื่อต่างๆ (แต่พบได้น้อย)
อาการกรดไหลย้อน
อาการกรดไหลย้อน

อาการกรดไหลย้อน

–  ผู้ป่วยมักมีอาการแสบร้อนกลางอก (Heartburn) คือปวดแสบตรงบริเวณลิ้นปี่หรือยอดอก  ซึ่งเป็นอาการสำคัญของโรคนี้  พบในคนปกติเป็นครั้งคราว  ซึ่งจะเป็นมากหลังรับประทานอาหารมื้อหนัก  ประมาณ 30-60 นาที  หรือล้มตัวนอนทันทีหลังรับประทานอาหารเสร็จ  ในบางรายอาจมีอาการปวดแสบจากยอดอกไปจนถึงคอหอยหรือมีอาการจุกแน่นยอดอกคล้ายกับอาหารไม่ย่อย  คลื่นไส้  เรอบ่อย

–  ผู้ป่วยบางรายอาจมีน้ำรสเปรี้ยวหรือรสขมไหลย้อนขึ้นมาในปากหรือคอหอย  หายใจมีกลิ่นออกมา  เสียวฟันหรือมีฟันผุ

–  ท้องอืด  แน่นท้อง  บางทีมีอาการคลื่นไส้อาเจียนหรือขย้อนอาหารออกมาได้บ่อยหลังรับประทานอาหาร

–  ผู้ป่วยที่มีภาวะกรดไหลย้อนรุนแรง  คือไหลขึ้นไปจนถึงปากและคอหอย  อาจมีอาการกระแอมไอบ่อย  ไอแห้ง  เสียงแหบ  หืดหอบ  เจ็บหน้าอก  หรือรู้สึกมีเสมหะอยู่ในคอหรือระคายเคืองคล้ายกับมีอะไรติดหรือขวางบริเวณคอ

–  โรคกรดไหลย้อนในเด็กทารก  อาจมีอาการ  ร้องงอแง  อาเจียนบ่อยหลังดูดนม  ไอบ่อย  เสียงแหบหรือหายใจมีเสียงวี้ด  โลหิตจาง  การเจริญเติบโตไม่สมวัย  ในทารกบางรายอาจมีปัญหาการหยุดหายใจขณะหลับ  แต่อาการเหล่านี้มักจะหายเมื่ออายุประมาณ 6-12 เดือน  แต่บางรายอาจต้องเข้าสู่วัยรุ่นจึงจะดีขึ้น  ส่วนเด็กโตนั้นมีอาการคล้ายกับผู้ใหญ่

กรดไหลย้อน อาการ วิธีรักษา
กรดไหลย้อน อาการ วิธีรักษา

ยาลดกรดไหลย้อน

เมื่อแพทย์วินิจฉัยและลงความเห็นว่าคุณอาจเป็นโรคกรดไหลย้อน  แพทย์อาจสั่งจ่ายยาชนิดรับประทานจำพวกยาเคลือบกระเพาะอาหารและยาลดกรด  แต่การรักษาต้องขึ้นอยู่กับอาการและอายุของผู้ป่วยด้วย  ดังนี้

  1. ในระยะแรก แพทย์จะสั่งให้รับประทานยาลดกรด (Antacids) หรือ ยาลดการผลิตกรด (H2-blockers) เป็นยากลุ่มแรก  จะช่วยทำให้กรดไม่ไหลย้อนเข้าหลอดอาหาร  มักจะใช้ในการรักษาผู้ป่วยที่เป็นเด็กเนื่องจากเป็นยาน้ำ  ยา กลุ่มนี้ได้แก่  Cimetidine , Ranitidine , Famotidine , Nizatidine
  2. ยาระดับที่สอง คือ  ยาที่ทำให้หยุดการผลิตกรดในกระเพาะอาหาร  จะเป็นยาที่อยู่ในกลุ่ม Proton – pump inhibitors (PPls) ยาประเภทนี้มีผลข้างเคียงน้อย  แต่อาจเกิดอาการท้องผูก  คลื่นไส้  ปวดศีรษะ   ยากลุ่มนี้ได้แก่  Esomeprazole , Omeprazole , Lansoprazole , Rabeprazole , Pantoprazole
  3. ยาระดับที่สาม คือ  ยาในอยู่ในกลุ่ม Prokinetic agents ทำหน้าที่ช่วยทำให้หูรูดกระเพาะอาหารปิดได้สนิทขึ้น  เพื่อไม่ให้เกิดภาวะไหลย้อน  ยากลุ่มนี้มักใช้ร่วมกับยากลุ่มแรก  ยากลุ่มนี้ได้แก่  Metoclopramide , Cisapride , Erythromycin , Bethanechol
  4. การรักษาอีกหนึ่งทางเลือก สมุนไพรรักษากรดไหลย้อน  สามารถบรรเทาโรคกรดไหลย้อนได้  มีดังนี้

–  เจลใสในว่านหางจระเข้  จะช่วยรักษาและสมานแผล  ซึ่งมีประสิทธิภาพในการสู้กับกรดไหลย้อนได้เป็นอย่างดี

–  ขิง  มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ  ลดอาการจุกเสียด  ท้องอืด  ท้องเฟ้อ  และอาการคลื่นไส้

–  ขมิ้นชัน  ช่วยลดการบีบตัวของลำไส้  กระตุ้นการหลั่งสารเมือกมาเคลือบกระเพาะอาหาร  ยับยั้งการหลั่งน้ำย่อยและช่วยสมานแผล

–  กล้วยหรือแอปเปิ้ล  สามารถช่วยลดอาการแสบร้อนกลางอกได้

–  ขึ้นฉ่าย  ช่วยบำรุงระบบย่อยอาหารและช่วยลดอาการที่เกี่ยวกับกระเพาะอาหาร

–  ลูกยอ  ช่วยเพิ่มการบีบตัวของหลอดอาหาร  ทำให้หูรูดแข็งแรงขึ้นและช่วยป้องกันหลอดอาหารอักเสบจากไหลย้อน

–  ชะเอม  บรรเทาอาการระคายเคือง  และลดอาการอักเสบในระบบทางเดินอาหาร

อย่างไรก็ตามเมื่อรับประทานยาเพื่อรักษาโรคกรดไหลย้อนแล้ว  อย่าลืมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหรือการใช้ชีวิตที่ก่อให้เกิดโรคกรดไหลย้อนด้วย  เพื่อสุขภาพที่ดีของตัวคุณเองค่ะ

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here